เทรดหุ้น

ในยุคปัจจุบันที่การทำงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่ง การมองหาช่องทางเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์จึงเป็นเรื่องสำคัญ และหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคงหนีไม่พ้นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่สำหรับมือใหม่คำว่าเทรดหุ้นอาจฟังดูไกลตัวและซับซ้อน บทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนก้าวเข้าสู่สนามการลงทุนจริง

เทรดหุ้นคืออะไร?

เทรดหุ้น คือ การที่เราเข้าไปซื้อขายความเป็นเจ้าของในบริษัทต่าง ๆ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเราซื้อหุ้นเท่ากับว่าเรามีสถานะเป็น "หุ้นส่วน" ของบริษัทนั้น ๆ โดยการเทรดหุ้นจะทำให้เรามีโอกาสได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลจากกำไรของกิจการ หรือกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) หากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นกว่าตอนที่ซื้อมา ซึ่งหัวใจสำคัญของการเทรดคือการวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต

ประเภทของหุ้นที่ควรรู้จัก

ก่อนที่จะเริ่มต้นส่งคำสั่งซื้อขาย เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตราสารทุนในตลาดนั้นไม่ได้มีเพียงแบบเดียว แต่แบ่งออกเป็นประเภทที่มีสิทธิและผลประโยชน์แตกต่างกัน ซึ่งเทรดหุ้นคืออะไรนั้นรวมถึงการเข้าใจความแตกต่างของหุ้นหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

  • หุ้นสามัญ (Common Stock) เป็นหุ้นที่พบเห็นได้ทั่วไปที่สุดในตลาด โดยผู้ถือหุ้นประเภทนี้จะมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนเพื่อกำหนดทิศทางของบริษัทในการประชุมผู้ถือหุ้น และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากกำไรของบริษัท อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตามสภาวะตลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
  • หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) หุ้นประเภทนี้มีความพิเศษตรงที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับสิทธิในการรับเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ รวมถึงหากบริษัทมีการเลิกกิจการก็จะได้รับเงินคืนก่อน แต่ข้อจำกัดคือมักจะไม่มีสิทธิในการออกเสียงบริหารงาน โดยราคาของหุ้นบุริมสิทธิมักจะไม่หวือหวาและมีเสถียรภาพมากกว่าหุ้นสามัญ

ข้อดีของการเทรดหุ้น
ข้อดีของการเทรดหุ้น

เมื่อพูดถึงการเทรดหุ้นคืออะไร สิ่งที่ดึงดูดนักลงทุนจำนวนมากคือโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่อาจจะสูงกว่าการออมเงินในบัญชีเงินฝากทั่วไป หากเราเลือกลงทุนในบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง เงินลงทุนของเราจะมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับกิจการในระยะยาว นอกจากนี้ หุ้นหลายตัวยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ซึ่งเปรียบเสมือนรายได้เสริมที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งตลาดหุ้นยังมีสภาพคล่องสูง ทำให้เราสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์กลับมาเป็นเงินสดได้รวดเร็วกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และที่สำคัญคือความภูมิใจในการได้เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของธุรกิจที่เราชื่นชอบ

ความเสี่ยงของการเทรดหุ้น

การเทรดหุ้นแม้จะมีโอกาสทำกำไรสูงแต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้าม ตลาดหุ้นมีความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีโอกาสขาดทุนได้หากเข้าซื้อผิดจังหวะหรือขาดการวิเคราะห์ที่ดีพอ นอกจากนี้ การลงทุนจำเป็นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และต้องอาศัยวินัยในการควบคุมอารมณ์เพื่อไม่ให้ความโลภหรือความกลัวเข้ามาครอบงำการตัดสินใจ รวมถึงยังมีความเสี่ยงจากการบริหารงานผิดพลาดของบริษัทที่เราเข้าไปลงทุนอีกด้วย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มเทรดหุ้น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มเทรดหุ้น

การก้าวเข้ามาเป็นนักลงทุนไม่ใช่เรื่องของการเสี่ยงโชค แต่คือการวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เส้นทางการเงินของเรามั่นคงและปลอดภัย การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มเทรดหุ้นจึงเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุด โดยมีเช็กลิสต์ดังนี้

  • ตั้งเป้าหมายการลงทุน การกำหนดเป้าหมายเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางที่สำคัญที่สุด เราต้องตอบตัวเองให้ได้ชัดเจนว่าต้องการอะไรจากการเข้ามาในตลาดนี้ หากต้องการเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อสร้างกระแสเงินสดรายวันหรือรายเดือน กลยุทธ์การเทรดจะต้องเน้นความรวดเร็วและจับจังหวะตลาด แต่หากเป้าหมายเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อการสร้างความมั่งคั่งเพื่อวัยเกษียณหรือต้องการเงินปันผลไว้ใช้จ่ายในอนาคต กลยุทธ์การเทรดหุ้นอาจจะเน้นเป็นการ DCA อย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดี มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในอนาคต
  • ศึกษาหาความรู้ให้เข้าใจก่อนลงทุน ตลาดหุ้นไม่ใช่สถานที่สำหรับการเสี่ยงโชค ดังนั้นความรู้คือเกราะป้องกันเงินต้นที่ดีที่สุด ผู้เริ่มต้นต้องทำความเข้าใจการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพื่อให้รู้ว่าบริษัททำธุรกิจอะไร มีความแข็งแกร่งทางการเงินแค่ไหน เหมาะแก่การซื้อหรือไม่
  • วางแผนการลงทุน หัวใจสำคัญของการอยู่รอดในตลาดหุ้นคือการบริหารเงินทุน เราต้องจัดสรรเงินทุนให้เหมาะสม โดยเน้นย้ำว่าต้องใช้ "เงินเย็น" หรือเงินที่หักลบค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวันแล้วมาลงทุนเท่านั้น ห้ามนำเงินเก็บหรือเงินกู้ยืมมาเทรดเด็ดขาด นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงต้นทุนแฝงและภาระทางกฎหมาย เช่น ค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ และการวางแผนเรื่องการจ่ายภาษี เงินปันผลที่จะถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% ซึ่งเราต้องรู้เงื่อนไขเหล่านี้เพื่อคำนวณผลตอบแทนสุทธิได้อย่างแม่นยำ
  • เปิดบัญชีการลงทุน ขั้นตอนสุดท้ายคือการเลือกเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่ได้รับใบอนุญาตรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน แต่ต้องพิจารณาเลือกโบรกเกอร์ที่มีเครื่องมือสนับสนุนการลงทุนที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด

เคล็ดลับการเลือกโบรกเกอร์

การเลือกโบรกเกอร์สำหรับเทรดหุ้นจึงควรพิจารณาบริษัทที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง เพื่อความมั่นใจว่าเงินลงทุนของเราจะปลอดภัย นอกจากนี้ ควรดูเรื่องระบบการใช้งานที่เสถียร เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ครบครัน และการบริการลูกค้าที่ติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว เปรียบเสมือนการเลือกพาร์ตเนอร์ทางการเงินที่ไว้ใจได้

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดหุ้น

สำหรับมือใหม่ที่ยังสงสัยว่าการเทรดหุ้นคืออะไรและมีความกังวลใจในหลาย ๆ ประเด็น เราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่จะช่วยคลายข้อสงสัยและช่วยให้เราตัดสินใจเริ่มต้นลงทุนได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

เทรดหุ้นกับกองทุนรวมต่างกันยังไง?

ความแตกต่างหลักคือ "ผู้บริหารเงิน" การเทรดหุ้นเราต้องเป็นคนเลือกหุ้นและตัดสินใจซื้อขายด้วยตัวเอง ซึ่งต้องใช้ความรู้และเวลาในการติดตามสูง แต่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ส่วนกองทุนรวมจะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยบริหารเงินให้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามตลาด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าธรรมเนียมการบริหารที่เพิ่มขึ้น

มือใหม่ควรเริ่มเทรดหุ้นเองไหม?

หากเรามีความสนใจและพร้อมที่จะสละเวลาในการศึกษาหาความรู้ การเริ่มเทรดหุ้นเองถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในการเรียนรู้โลกการลงทุน แต่หากไม่มีเวลาหรือยังขาดความมั่นใจ การเริ่มจากกองทุนรวม หรือแบ่งเงินเพียงเล็กน้อยมาลองเทรดเพื่อเรียนรู้ระบบตลาดก่อน ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทุ่มเงินก้อนใหญ่ในทันที

เทรดหุ้นได้ผลตอบแทนสูงจริงไหม?

คำตอบคือจริง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน ผลตอบแทนจากการเทรดหุ้นขึ้นอยู่กับความรู้ จังหวะเวลา และสภาวะตลาด ในระยะยาวหุ้นมักให้ผลตอบแทนเฉลี่ยชนะเงินเฟ้อ แต่ในระยะสั้นอาจมีความผันผวนสูงมาก ดังนั้น "High Risk, High Return" ยังคงเป็นคำนิยามที่ใช้ได้เสมอสำหรับตลาดหุ้น

โดยสรุปแล้วเทรดหุ้นคือเครื่องมือทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความมั่งคั่ง หากเรามีความเข้าใจและมีการวางแผนที่ดี การเทรดหุ้นจะช่วยให้เงินทำงานแทนเราได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากในช่วงจังหวะที่ต้องการสภาพคล่องเร่งด่วน หรือต้องการวงเงินสำรองเพื่อบริหารจัดการชีวิตประจำวัน บัตรกดเงินสดก็พร้อมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยทางการเงินที่เชื่อถือได้ เพื่อให้เราก้าวผ่านทุกสถานการณ์ไปได้อย่างราบรื่น สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส

**หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเท่านั้น การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

ในยุคปัจจุบันที่การทำงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่ง การมองหาช่องทางเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์จึงเป็นเรื่องสำคัญ และหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคงหนีไม่พ้นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่สำหรับมือใหม่คำว่าเทรดหุ้นอาจฟังดูไกลตัวและซับซ้อน บทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนก้าวเข้าสู่สนามการลงทุนจริง

เทรดหุ้นคืออะไร?

เทรดหุ้น คือ การที่เราเข้าไปซื้อขายความเป็นเจ้าของในบริษัทต่าง ๆ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเราซื้อหุ้นเท่ากับว่าเรามีสถานะเป็น "หุ้นส่วน" ของบริษัทนั้น ๆ โดยการเทรดหุ้นจะทำให้เรามีโอกาสได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลจากกำไรของกิจการ หรือกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) หากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นกว่าตอนที่ซื้อมา ซึ่งหัวใจสำคัญของการเทรดคือการวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต

ประเภทของหุ้นที่ควรรู้จัก

ก่อนที่จะเริ่มต้นส่งคำสั่งซื้อขาย เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตราสารทุนในตลาดนั้นไม่ได้มีเพียงแบบเดียว แต่แบ่งออกเป็นประเภทที่มีสิทธิและผลประโยชน์แตกต่างกัน ซึ่งเทรดหุ้นคืออะไรนั้นรวมถึงการเข้าใจความแตกต่างของหุ้นหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

หุ้นสามัญ (Common Stock) เป็นหุ้นที่พบเห็นได้ทั่วไปที่สุดในตลาด โดยผู้ถือหุ้นประเภทนี้จะมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนเพื่อกำหนดทิศทางของบริษัทในการประชุมผู้ถือหุ้น และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากกำไรของบริษัท อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตามสภาวะตลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) หุ้นประเภทนี้มีความพิเศษตรงที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับสิทธิในการรับเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ รวมถึงหากบริษัทมีการเลิกกิจการก็จะได้รับเงินคืนก่อน แต่ข้อจำกัดคือมักจะไม่มีสิทธิในการออกเสียงบริหารงาน โดยราคาของหุ้นบุริมสิทธิมักจะไม่หวือหวาและมีเสถียรภาพมากกว่าหุ้นสามัญ

ข้อดีของการเทรดหุ้น

เมื่อพูดถึงการเทรดหุ้นคืออะไร สิ่งที่ดึงดูดนักลงทุนจำนวนมากคือโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่อาจจะสูงกว่าการออมเงินในบัญชีเงินฝากทั่วไป หากเราเลือกลงทุนในบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง เงินลงทุนของเราจะมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับกิจการในระยะยาว นอกจากนี้ หุ้นหลายตัวยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ซึ่งเปรียบเสมือนรายได้เสริมที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งตลาดหุ้นยังมีสภาพคล่องสูง ทำให้เราสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์กลับมาเป็นเงินสดได้รวดเร็วกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และที่สำคัญคือความภูมิใจในการได้เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของธุรกิจที่เราชื่นชอบ

ความเสี่ยงของการเทรดหุ้น

การเทรดหุ้นแม้จะมีโอกาสทำกำไรสูงแต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้าม ตลาดหุ้นมีความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีโอกาสขาดทุนได้หากเข้าซื้อผิดจังหวะหรือขาดการวิเคราะห์ที่ดีพอ นอกจากนี้ การลงทุนจำเป็นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และต้องอาศัยวินัยในการควบคุมอารมณ์เพื่อไม่ให้ความโลภหรือความกลัวเข้ามาครอบงำการตัดสินใจ รวมถึงยังมีความเสี่ยงจากการบริหารงานผิดพลาดของบริษัทที่เราเข้าไปลงทุนอีกด้วย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มเทรดหุ้น

การก้าวเข้ามาเป็นนักลงทุนไม่ใช่เรื่องของการเสี่ยงโชค แต่คือการวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เส้นทางการเงินของเรามั่นคงและปลอดภัย การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มเทรดหุ้นจึงเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุด โดยมีเช็กลิสต์ดังนี้

ตั้งเป้าหมายการลงทุน การกำหนดเป้าหมายเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางที่สำคัญที่สุด เราต้องตอบตัวเองให้ได้ชัดเจนว่าต้องการอะไรจากการเข้ามาในตลาดนี้ หากต้องการเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อสร้างกระแสเงินสดรายวันหรือรายเดือน กลยุทธ์การเทรดจะต้องเน้นความรวดเร็วและจับจังหวะตลาด แต่หากเป้าหมายเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อการสร้างความมั่งคั่งเพื่อวัยเกษียณหรือต้องการเงินปันผลไว้ใช้จ่ายในอนาคต กลยุทธ์การเทรดหุ้นอาจจะเน้นเป็นการ DCA อย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดี มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในอนาคตศึกษาหาความรู้ให้เข้าใจก่อนลงทุน ตลาดหุ้นไม่ใช่สถานที่สำหรับการเสี่ยงโชค ดังนั้นความรู้คือเกราะป้องกันเงินต้นที่ดีที่สุด ผู้เริ่มต้นต้องทำความเข้าใจการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพื่อให้รู้ว่าบริษัททำธุรกิจอะไร มีความแข็งแกร่งทางการเงินแค่ไหน เหมาะแก่การซื้อหรือไม่วางแผนการลงทุน หัวใจสำคัญของการอยู่รอดในตลาดหุ้นคือการบริหารเงินทุน เราต้องจัดสรรเงินทุนให้เหมาะสม โดยเน้นย้ำว่าต้องใช้ "เงินเย็น" หรือเงินที่หักลบค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวันแล้วมาลงทุนเท่านั้น ห้ามนำเงินเก็บหรือเงินกู้ยืมมาเทรดเด็ดขาด นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงต้นทุนแฝงและภาระทางกฎหมาย เช่น ค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ และการวางแผนเรื่องการจ่ายภาษี เงินปันผลที่จะถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% ซึ่งเราต้องรู้เงื่อนไขเหล่านี้เพื่อคำนวณผลตอบแทนสุทธิได้อย่างแม่นยำเปิดบัญชีการลงทุน ขั้นตอนสุดท้ายคือการเลือกเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่ได้รับใบอนุญาตรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน แต่ต้องพิจารณาเลือกโบรกเกอร์ที่มีเครื่องมือสนับสนุนการลงทุนที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด

เคล็ดลับการเลือกโบรกเกอร์

การเลือกโบรกเกอร์สำหรับเทรดหุ้นจึงควรพิจารณาบริษัทที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง เพื่อความมั่นใจว่าเงินลงทุนของเราจะปลอดภัย นอกจากนี้ ควรดูเรื่องระบบการใช้งานที่เสถียร เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ครบครัน และการบริการลูกค้าที่ติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว เปรียบเสมือนการเลือกพาร์ตเนอร์ทางการเงินที่ไว้ใจได้

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดหุ้น

สำหรับมือใหม่ที่ยังสงสัยว่าการเทรดหุ้นคืออะไรและมีความกังวลใจในหลาย ๆ ประเด็น เราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่จะช่วยคลายข้อสงสัยและช่วยให้เราตัดสินใจเริ่มต้นลงทุนได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

เทรดหุ้นกับกองทุนรวมต่างกันยังไง?

ความแตกต่างหลักคือ "ผู้บริหารเงิน" การเทรดหุ้นเราต้องเป็นคนเลือกหุ้นและตัดสินใจซื้อขายด้วยตัวเอง ซึ่งต้องใช้ความรู้และเวลาในการติดตามสูง แต่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ส่วนกองทุนรวมจะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยบริหารเงินให้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามตลาด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าธรรมเนียมการบริหารที่เพิ่มขึ้น

มือใหม่ควรเริ่มเทรดหุ้นเองไหม?

หากเรามีความสนใจและพร้อมที่จะสละเวลาในการศึกษาหาความรู้ การเริ่มเทรดหุ้นเองถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในการเรียนรู้โลกการลงทุน แต่หากไม่มีเวลาหรือยังขาดความมั่นใจ การเริ่มจากกองทุนรวม หรือแบ่งเงินเพียงเล็กน้อยมาลองเทรดเพื่อเรียนรู้ระบบตลาดก่อน ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทุ่มเงินก้อนใหญ่ในทันที

เทรดหุ้นได้ผลตอบแทนสูงจริงไหม?

คำตอบคือจริง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน ผลตอบแทนจากการเทรดหุ้นขึ้นอยู่กับความรู้ จังหวะเวลา และสภาวะตลาด ในระยะยาวหุ้นมักให้ผลตอบแทนเฉลี่ยชนะเงินเฟ้อ แต่ในระยะสั้นอาจมีความผันผวนสูงมาก ดังนั้น "High Risk, High Return" ยังคงเป็นคำนิยามที่ใช้ได้เสมอสำหรับตลาดหุ้น

โดยสรุปแล้วเทรดหุ้นคือเครื่องมือทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความมั่งคั่ง หากเรามีความเข้าใจและมีการวางแผนที่ดี การเทรดหุ้นจะช่วยให้เงินทำงานแทนเราได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากในช่วงจังหวะที่ต้องการสภาพคล่องเร่งด่วน หรือต้องการวงเงินสำรองเพื่อบริหารจัดการชีวิตประจำวัน บัตรกดเงินสดก็พร้อมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยทางการเงินที่เชื่อถือได้ เพื่อให้เราก้าวผ่านทุกสถานการณ์ไปได้อย่างราบรื่น สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส

*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส

**หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเท่านั้น การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน