ค่าเสียเวลาซ่อมรถ

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้รถคู่ใจต้องพังเสียหายแล้ว ยังทำให้เราสูญเสียรายได้และเวลาในการเดินทางอีกด้วย หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าระหว่างที่นำรถเข้าอู่ซ่อมนั้น เรามีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินชดเชย ซึ่งเรียกว่าค่าเสียเวลาซ่อมรถ บทความนี้ จะพาเราไปทำความเข้าใจถึงวิธีการเบิกเงินชดเชย การคำนวณยอดเงิน และเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม เพื่อให้เราไม่พลาดสิทธิ์ที่ควรจะได้รับอย่างครบถ้วน

ค่าเสียเวลาซ่อมรถหรือค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร

ค่าเสียเวลาซ่อมรถหรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคือเงินสินไหมทดแทนที่บริษัทประกันภัยรถยนต์ของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด ต้องรับผิดชอบจ่ายให้กับเราซึ่งเป็นฝ่ายถูก เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการที่เราไม่สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวได้ตามปกติในระหว่างที่รถกำลังจอดซ่อมแซม เงินก้อนนี้จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าโดยสารรถสาธารณะ หรือค่าเช่ารถ เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถใครมีสิทธิ์เบิกได้บ้าง

ผู้ที่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียเวลาซ่อมรถคือผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายถูกในอุบัติเหตุเท่านั้น โดยบริษัทประกันภัยของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินชดเชยในส่วนนี้ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางทดแทน เช่น ค่ารถไฟฟ้า แท็กซี่ หรือรถเช่า ทั้งนี้ ฝ่ายถูกจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียเวลาจากการใช้รถระหว่างซ่อมด้วยตนเอง และข้อสำคัญคือฝ่ายผิดจะต้องมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเอาไว้ เราจึงจะสามารถดำเนินการเบิกเงินชดเชยรายได้ในส่วนนี้ได้

ค่าเสียเวลาซ่อมรถตามกฎหมายชดเชยอย่างไร
ค่าเสียเวลาซ่อมรถ

เมื่อทราบแล้วว่าเรามีสิทธิ์เรียกร้องเงินชดเชย หลายคนคงสงสัยว่าตามกฎหมายแล้วทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดอัตราขั้นต่ำในการจ่ายเงินชดเชยไว้อย่างไรบ้าง อัตราการจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถนั้นจะถูกแบ่งออกตามประเภทและขนาดของยานพาหนะที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับการใช้งานจริง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง

สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปที่จดทะเบียนแบบไม่เกิน 7 ที่นั่ง ซึ่งเป็นประเภทรถที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้งานในชีวิตประจำวันเพื่อการเดินทาง หากเกิดอุบัติเหตุและเราเป็นฝ่ายถูก กฎหมายได้กำหนดให้บริษัทประกันภัยของคู่กรณีต้องจ่ายเงินชดเชยให้เราในอัตราไม่ต่ำกว่าวันละ 500 บาท ตลอดระยะเวลาที่รถยนต์ของเราต้องจอดซ่อมอยู่ที่อู่หรือศูนย์บริการ จนกว่าการซ่อมแซมจะเสร็จสิ้นและสามารถนำรถกลับมาใช้งานบนท้องถนนได้ตามปกติ

รถยนต์รับจ้างสาธารณะไม่เกิน 7 ที่นั่ง

ในกรณีที่เป็นรถยนต์รับจ้างสาธารณะที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง เช่น รถแท็กซี่ ซึ่งเป็นรถที่ใช้เพื่อการประกอบอาชีพและหารายได้โดยตรง หากรถต้องจอดซ่อมจะส่งผลกระทบต่อรายได้ประจำวันอย่างชัดเจน กฎหมายจึงกำหนดอัตราเงินชดเชยที่สูงขึ้น โดยบริษัทประกันของฝ่ายผิดจะต้องจ่ายค่าชดเชยไม่ต่ำกว่าวันละ 700 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้ในช่วงเวลาที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถนำรถออกไปให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้

รถยนต์ขนาดใหญ่ (มากกว่า 7 ที่นั่ง)

สำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีที่นั่งมากกว่า 7 ที่นั่งขึ้นไป เช่น รถตู้โดยสาร หรือรถครอบครัวขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นรถที่มีมูลค่าสูงและมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางทดแทนที่ค่อนข้างมาก หากเกิดความเสียหายจนต้องนำเข้าซ่อมแซม กฎหมายกำหนดให้เรามีสิทธิ์เรียกร้องเงินชดเชยจากประกันของคู่กรณีได้ในอัตราไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินนี้จะช่วยให้เราสามารถหารถทดแทนที่มีขนาดใกล้เคียงกันมาใช้งานชั่วคราวได้อย่างเหมาะสม

Checklist เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมให้ครบก่อนยื่นเรื่อง
เอกสารเบิกค่าขาดประโยชน์

การเรียกร้องเงินชดเชยจะราบรื่นและรวดเร็วได้นั้น ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารเป็นหลัก หากเราเตรียมหลักฐานต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง จะช่วยลดขั้นตอนและลดปัญหาการถูกปฏิเสธจากบริษัทประกันภัยได้เป็นอย่างดี ลองมาตรวจสอบกันว่าเราจะต้องเตรียมเอกสารสำคัญอะไรบ้างเพื่อยื่นเรื่องขอเบิกเงินชดเชย

  • จดหมายแสดงความจำนงขอเบิกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถในระหว่างที่รถจอดซ่อม
  • เอกสารสรุปรายการความเสียหายของรถยนต์ที่เกิดจากอุบัติเหตุ
  • ใบเคลมประกันที่ระบุถึงการรับรองความเสียหายต่อทรัพย์สิน ทั้งในส่วนของเราและคู่กรณี
  • สำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของเรา
  • สำเนาสมุดจดทะเบียนรถยนต์ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกัน
  • สำเนาใบอนุญาตขับขี่ของผู้ที่ขับขี่ในขณะเกิดอุบัติเหตุ
  • เอกสารการส่งมอบรถและรับรถคืนจากอู่ซ่อม โดยต้องระบุวันที่เริ่มต้นและวันที่ซ่อมเสร็จอย่างชัดเจน
  • ภาพถ่ายสภาพรถยนต์ ทั้งก่อนเริ่มซ่อม ระหว่างกระบวนการซ่อม และเมื่อซ่อมเสร็จสมบูรณ์
  • เอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างที่ไม่มีรถใช้ เช่น ใบเสร็จค่าแท็กซี่ หรือสัญญาเช่ารถ (หากมี)
  • หน้าแรกของสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้เอาประกัน สำหรับใช้รับโอนเงินค่าชดเชย

ขั้นตอนการเรียกร้องค่าเสียเวลาซ่อมรถแบบมือโปร

หลังจากที่เราเตรียมเอกสารทั้งหมดจนครบถ้วนแล้ว ลำดับต่อไปคือการเข้าสู่กระบวนการยื่นเรื่องขอรับเงินชดเชย ซึ่งการทำความเข้าใจขั้นตอนอย่างละเอียดจะช่วยให้เราสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจ เป็นมืออาชีพ และได้รับเงินโอนเข้าบัญชีรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • เริ่มต้นด้วยการติดต่อไปยังบริษัทประกันภัยรถยนต์ของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด
  • ทำการยื่นเอกสารเพื่อขอเบิกเงินชดเชยรายได้ ในช่วงเวลาที่รถยนต์ของเรากำลังจอดซ่อมอยู่
  • รับฟังข้อกำหนดและขอรายละเอียดรายการเอกสารที่ทางบริษัทประกันของคู่กรณีต้องการ
  • รวบรวมหลักฐานทั้งหมดตามที่ได้รับแจ้ง และนำส่งไปยังที่ทำการของบริษัทประกันภัยคู่กรณี
  • รอเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยของคู่กรณีพิจารณาเอกสารและติดต่อกลับมา
  • เข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับยอดเงินค่าชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรม
  • เมื่อได้ข้อตกลงที่ชัดเจนแล้ว ก็เพียงแค่รอรับเงินโอนเข้าบัญชีจากทางบริษัทประกันภัยของฝ่ายผิด

ตัวช่วยเสริมสภาพคล่องยามฉุกเฉินอุ่นใจไปกับบัตรกดเงินสดยูเมะพลัส

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้และมักมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า แม้เราจะสามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้ แต่กระบวนการต่าง ๆ อาจต้องใช้เวลา ในช่วงเวลาฉุกเฉินเช่นนี้ การมีบัตรกดเงินสดติดกระเป๋าไว้จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างดี ทำให้เรามีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายจัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที หากเราต้องการความอุ่นใจในการใช้ชีวิต สมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสไว้เป็นตัวช่วยสำรอง ถือเป็นการวางแผนทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าเสียเวลาซ่อมรถ

เรื่องของการเบิกเงินชดเชยรายได้ระหว่างซ่อมรถ มักจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ทำให้หลายคนเกิดความสับสนหรือมีข้อสงสัยอยู่เสมอ เราจึงได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่ผู้ใช้งานรถยนต์มักจะสอบถามกันเข้ามาบ่อย ๆ พร้อมคำตอบที่ชัดเจนและตรงประเด็น เพื่อคลายความกังวลและเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัว

ถ้าเราเป็นฝ่ายผิด สามารถเบิกค่าเสียเวลาซ่อมรถได้ไหม

หากผลการตรวจสอบอุบัติเหตุระบุชัดเจนว่าเราเป็นฝ่ายผิด เราจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถหรือเงินชดเชยค่าเดินทางใด ๆ จากบริษัทประกันภัยของคู่กรณีได้เลย เนื่องจากสิทธิ์ในการรับเงินชดเชยส่วนนี้ กฎหมายได้ระบุไว้เพื่อคุ้มครองและเยียวยาเฉพาะผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายถูกเท่านั้น

จะได้รับเงินชดเชยจากค่าเสียเวลาซ่อมรถเมื่อไหร่

ระยะเวลาในการรับเงินชดเชยจะขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาของบริษัทประกันภัยคู่กรณีเป็นหลัก โดยทั่วไปหลังจากที่เรายื่นเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์และผ่านขั้นตอนการเจรจาจนได้ข้อยุติเกี่ยวกับจำนวนเงินแล้ว บริษัทประกันภัยมักจะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของเราภายในระยะเวลาประมาณ 7 ถึง 15 วันทำการ ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็ว เราควรตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อนนำส่งทุกครั้ง

หากรถต้องจอดรออะไหล่เป็นเวลานานเกิน 30 วัน จะเบิกเงินได้ไหม

กรณีที่รถยนต์ต้องจอดทิ้งไว้ที่อู่นานกว่าปกติเนื่องจากปัญหาการรออะไหล่ เรายังคงมีสิทธิ์เรียกร้องเงินชดเชยได้ตามจำนวนวันที่ไม่ได้ใช้รถจริง แต่เราต้องเตรียมหลักฐานชี้แจงเหตุผลความล่าช้าให้ชัดเจน เช่น หนังสือยืนยันการสั่งซื้อและรออะไหล่จากทางอู่ซ่อมหรือศูนย์บริการ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัยอาจมีการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของระยะเวลาการซ่อมร่วมด้วย

การเรียกร้องค่าเสียเวลาซ่อมรถเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่ฝ่ายถูกควรได้รับเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไป เพียงแค่เราเตรียมเอกสารให้พร้อมและทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับเงินชดเชยอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันย่อมดีที่สุด การมีตัวช่วยทางการเงินที่เข้าถึงง่ายจะช่วยให้เราก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้อย่างราบรื่น บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน อนุมัติวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท วงเงินสูงสุด 5 เท่า ของรายได้* (*ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท) รองรับความจำเป็นทางการเงินในหลากหลายสถานการณ์ พร้อมความสะดวกในการสั่งเงินโอนเข้าบัญชีได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขั้นต่ำเพียง 500 บาท โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการทำรายการ ช่วยให้สามารถเข้าถึงเงินทุนสำรองได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องการ สมัครง่าย อนุมัติไว** พนักงานประจำอายุงาน 1 เดือนก็สมัครได้ สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส

**อนุมัติภายในวันทำการ นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาสินเชื่อได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีข้อขัดข้องด้านเอกสารหรือระบบ

อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส