วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้

การวางแผนกู้เงินต้องทำความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยอย่างละเอียด แต่หลายคนอาจยังสับสนว่าวิธีคิดดอกเบี้ยต่อปีที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร หรือวิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้มีกี่แบบ บทความนี้ สรุปวิธีคิดดอกเบี้ยทั้งแบบคงที่และลดต้นลดดอก พร้อมสูตรคำนวณที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เราวางแผนการเงินได้อย่างแม่นยำ

ทำไมการคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้จึงสำคัญ

การคำนวณดอกเบี้ยไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราประเมินสถานการณ์การเงินก่อนตัดสินใจกู้ การรู้วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้ล่วงหน้า จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของภาระหนี้ทั้งหมด และเตรียมความพร้อมในการชำระคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อการวางแผนชำระหนี้

เมื่อเราทราบวิธีคำนวณดอกเบี้ยที่ชัดเจน เราจะสามารถวางแผนการผ่อนชำระในแต่ละเดือนได้อย่างแม่นยำ ทำให้รู้ว่าต้องแบ่งเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้เท่าไหร่ การวางแผนที่ดีช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ ช่วยรักษาเครดิตทางการเงิน และทำให้เราสามารถปิดหนี้ได้ตามกำหนดเวลาที่ตั้งใจไว้โดยไม่กระทบต่อสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน

ช่วยประเมินภาระทางการเงิน

การคำนวณดอกเบี้ยช่วยให้เราประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองได้ ก่อนตัดสินใจกู้เราจะเห็นยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด ทำให้ตัดสินใจได้ว่าวงเงินกู้นี้เหมาะสมกับรายได้หรือไม่ เป็นการประเมินภาระทางการเงินล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาการเงินตึงมือในอนาคต และเลือกสินเชื่อที่สอดคล้องกับกำลังจ่ายของเรามากที่สุด

รู้จักประเภทของดอกเบี้ยเงินกู้
ประเภทของดอกเบี้ยเงินกู้

ก่อนจะไปดูวิธีคิดดอกเบี้ยเราควรรู้จักประเภทของดอกเบี้ยก่อน โดยทั่วไปสินเชื่อในระบบจะแบ่งการคิดดอกเบี้ยเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีผลต่อจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายคืนแตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการเลือกสินเชื่อ

ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate)

เป็นวิธีคิดดอกเบี้ยที่คำนวณดอกเบี้ยจาก "เงินต้นเต็มจำนวน" ตลอดอายุสัญญา แม้ว่าเราจะผ่อนชำระเงินต้นไปบ้างแล้วก็ตาม ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดจะถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้วนำมารวมกับเงินต้น จากนั้นจึงหารเฉลี่ยเป็นค่างวดที่เท่ากันทุกเดือน มักใช้กับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์

ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้แบบนี้ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจาก "เงินต้นคงเหลือ" ในแต่ละงวด หมายความว่า เมื่อเราชำระเงินต้นไป ดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้ยิ่งจ่ายเงินต้นคืนได้มากเท่าไหร่ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายโดยรวมก็จะยิ่งลดลง มักใช้กับสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรกดเงินสด

สูตรและวิธีคำนวณดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate)

การคำนวณดอกเบี้ยแบบคงที่เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา โดยจะคำนวณดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดตั้งแต่เริ่มสัญญา แล้วนำมาเฉลี่ยรวมกับเงินต้นเพื่อผ่อนชำระ มาดูสูตรและตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

สูตรการคำนวณดอกเบี้ยต่อปี

ดอกเบี้ยต่อปี = เงินต้น x อัตราดอกเบี้ยต่อปี

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยต่อปี

  • ตัวอย่าง กู้เงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 10% ต่อปี ผ่อน 2 ปี
  • ดอกเบี้ยต่อปี = (100,000 x 10%) = 10,000 บาท
  • ดอกเบี้ยทั้งหมด = 10,000 x 2 ปี = 20,000 บาท

สูตรและวิธีคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอกจะซับซ้อนกว่าเล็กน้อย เพราะดอกเบี้ยจะเปลี่ยนไปทุกเดือนตามเงินต้นที่ลดลงการคำนวณดอกเบี้ยจะคิดเป็นรายวันหรือรายเดือนจากยอดเงินต้นคงเหลือจริง

สูตรการคำนวณดอกเบี้ยต่อปี

ดอกเบี้ยเดือนแรก = (เงินต้น x อัตราดอกเบี้ยต่อปี) ÷ 12

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยต่อปี

  • ตัวอย่าง กู้เงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 10% ต่อปี
  • ดอกเบี้ยเดือนแรก = (100,000 x 10%) ÷ 12 = 833.33 บาท
  • หากเราชำระค่างวด เงินส่วนหนึ่งจะไปตัดเงินต้น เมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยเดือนต่อไปก็จะลดลงตามเงินต้นที่เหลืออยู่

สูตรและวิธีคำนวณดอกเบี้ย
ทำไมดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกถึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ในมุมมองของ Umay+ วิธีคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกจะคำนวณจากเงินต้นที่ใช้จริงเท่านั้น ยิ่งเราชำระคืนเงินต้นมาก ดอกเบี้ยโดยรวมที่ต้องจ่ายก็น้อยลง สำหรับบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสใช้วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าของเรา

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคิดดอกเบี้ยเงินกู้

เราได้รวบรวมคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับวิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้และการคำนวณดอกเบี้ยเพื่อไขข้อข้องใจและช่วยให้เราเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้นก่อนตัดสินใจสมัครสินเชื่อ

ดอกเบี้ยแบบคงที่กับลดต้นลดดอกต่างกันอย่างไร

แบบคงที่ (Flat Rate) จะคำนวณดอกเบี้ยจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญาทำให้ค่างวดคงที่ แต่ดอกเบี้ยรวมอาจสูงกว่า ส่วนแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) วิธีคิดดอกเบี้ยจะคำนวณจากเงินต้นคงเหลือ ทำให้ดอกเบี้ยลดลงทุกครั้งที่จ่ายเงินต้นคืน หากเปรียบเทียบที่อัตราดอกเบี้ยเท่ากัน แบบลดต้นลดดอกมักจะประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่า

หากจ่ายค่างวดล่าช้า จะส่งผลต่อดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายหรือไม่

การชำระล่าช้าส่งผลกระทบแน่นอน สำหรับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก หากชำระช้าดอกเบี้ยก็จะยังคงเดินต่อไปตามจำนวนวันที่ผิดนัดจากเงินต้นคงเหลือ นอกจากนี้ สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังมีค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้ หรืออาจมีการปรับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้เรามีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจึงควรชำระให้ตรงเวลา

การชำระมากกว่าขั้นต่ำมีผลกับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกจริงหรือไม่

เป็นความจริงการโปะหรือการจ่ายเงินค่างวดมากกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับสินเชื่อแบบลดต้นลดดอก เพราะเงินส่วนเกินจากดอกเบี้ยจะไปตัดเงินต้นโดยตรง เมื่อเงินต้นลดลงเร็วการคำนวณดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะน้อยลงตามไปด้วย ทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยและสามารถปิดหนี้ได้เร็วกว่ากำหนด

การเข้าใจวิธีคิดดอกเบี้ยต่อปีทั้งสองแบบช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบและเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดได้ การวางแผนที่ดีจะช่วยให้เราจัดการภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่มองหาสินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกและต้องการสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส

*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส