ไขข้อสงสัย สินเชื่อส่วนบุคคล

ในยุคที่สภาพคล่องทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ ผ่านหูมาบ้าง แต่เคยสงสัยไหมว่าแท้จริงแล้วสินเชื่อส่วนบุคคล คืออะไร และแตกต่างจากสินเชื่อประเภทอื่นอย่างไร บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่าสินเชื่อบุคคล คืออะไร เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางการเงิน ให้เราสามารถเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด

สินเชื่อส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง?

สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เปิดโอกาส ให้คนทั่วไปเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ซึ่งแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก็มีรายละเอียดที่ต่างกัน ทั้งเงื่อนไข คุณสมบัติ จุดประสงค์การใช้งานสามารถแบ่งได้ถึง 2 ประเภท

1. สินเชื่อแบ่งตามหลักประกัน

การพิจารณาจากการนำทรัพย์สินที่มีมูลค่ามาเป็นตัวค้ำประกันวงเงิน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่ออัตราดอกเบี้ยและวงเงินอนุมัติที่ได้รับ การทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองรูปแบบนี้จะช่วยให้เราสามารถเลือกขอสินเชื่อได้ตรงกับความพร้อมและข้อจำกัดของตนเองมากที่สุด

1.1 สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

สินเชื่อที่เราต้องนำทรัพย์สินที่มีมูลค่า เช่น บ้าน หรือรถยนต์ มาใช้เป็นหลักประกันในการขอกู้เงิน โดยทรัพย์สินนั้นต้องมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับวงเงินที่ขอสินเชื่อ ข้อดีคือช่วยให้เรามีโอกาสได้รับวงเงินสูงและอัตราดอกเบี้ยต่ำลง แต่หากไม่สามารถผ่อนชำระคืนได้ตามกำหนด ทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกันก็อาจถูกยึดเพื่อชดใช้หนี้ได้

1.2 สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

สินเชื่อที่เราไม่ต้องนำทรัพย์สินใดมาค้ำประกัน เพียงแค่ใช้เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน เป็นหลักฐานประกอบการสมัคร เช่น บัตรกดเงินสด สินเชื่อประเภทนี้มีจุดเด่นที่ขั้นตอนการสมัครง่ายและรวดเร็ว แต่เนื่องจากสถาบันการเงินต้องรับความเสี่ยงสูงกว่า จึงอาจอนุมัติวงเงินน้อยกว่าและมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าแบบมีหลักประกัน

2. สินเชื่อแบ่งตามการให้สินเชื่อ

เรายังสามารถแบ่งประเภทสินเชื่อตามลักษณะการให้สินเชื่อและรูปแบบการเบิกจ่ายเงินได้อีกด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละรูปแบบถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้จ่ายและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการรับเงินก้อนเดียว การเบิกใช้ตามความจำเป็น หรือการผ่อนชำระเพื่อซื้อสินค้าเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เราบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.1 สินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan)

สินเชื่อประเภทนี้คือการที่สถาบันการเงินอนุมัติวงเงินก้อนใหญ่และโอนเข้าบัญชีของเราเพียงครั้งเดียว โดยจะมีการกำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระคืนที่แน่นอน เช่น 12, 24 หรือ 36 เดือน ซึ่งเราจะต้องผ่อนชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยในจำนวนที่เท่ากันทุกงวดจนกว่าจะครบสัญญา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนก้อนใหญ่เพื่อนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เช่น การต่อเติมบ้าน การจัดการค่ารักษาพยาบาล หรือการรวมหนี้ไว้ในที่เดียวเพื่อให้บริหารจัดการรายจ่ายได้ง่ายขึ้น

2.2 สินเชื่อบัตรกดเงินสด (Revolving Loan)

สินเชื่อรูปแบบนี้จะมาในลักษณะของวงเงินหมุนเวียนพร้อมใช้ โดยเราจะได้รับเป็นบัตรกดเงินสดหรือสามารถเบิกถอนเงินผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอดเวลาตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ จุดเด่นคือจะมีการคิดดอกเบี้ยตามจำนวนเงินที่เบิกใช้จริงและจำนวนวันที่ใช้เท่านั้น หากไม่มีการเบิกใช้ก็จะไม่เสียดอกเบี้ย เมื่อเราชำระเงินคืน วงเงินนั้นก็จะหมุนเวียนกลับมาให้เราสามารถเบิกใช้ใหม่ได้อีกครั้ง จึงเหมาะสำหรับการมีไว้เป็นเงินสำรองเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

2.3 สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase Loan)

สินเชื่อเช่าซื้อเป็นรูปแบบการขอสินเชื่อเพื่อนำไปซื้อทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง เช่น รถยนต์ หรือเครื่องจักร โดยสถาบันการเงินจะเป็นผู้ชำระเงินค่าสินค้าให้กับทางผู้ขายโดยตรง และเรามีหน้าที่ผ่อนชำระเงินคืนเป็นรายเดือนตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งในระหว่างการผ่อนชำระ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะยังคงเป็นของสถาบันการเงิน และกรรมสิทธิ์จะถูกโอนมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเราทำการผ่อนชำระค่างวดครบถ้วนตามสัญญาเรียบร้อยแล้ว

สินเชื่อส่วนบุคคลเหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ต้องการเงินก้อนใหญ่ เพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินหรือลงทุน
  • ผู้ที่ต้องการรวมหนี้ กรณีมีหนี้หลายก้อนและต้องการจัดการให้เป็นระบบ
  • ผู้ที่ต้องการสร้างประวัติเครดิต ประวัติทางการเงิน
  • ผู้ที่สามารถรับภาระการผ่อนชำระรายเดือนได้
  • ผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

เพียงแค่ตรวจสอบคุณสมบัติ ยื่นเอกสารการสมัคร คือ บัตรประชาชนตัวจริง, เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน และรายการเดินบัญชี เพื่อให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินมั่นใจความสามารถในการชำระหนี้ และพร้อมปล่อยสินเชื่อตามเอกสารที่แสดงนั่นเอง โดยรายละเอียดคุณสมบัติ เอกสาร และการพิจารณา ก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละ สถาบันการเงิน แนะนำให้ลองตรวจสอบข้อมูลที่เว็บไซต์ของแต่ละสถาบันการเงินที่เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลโดยตรง เพื่อความสะดวก และรวดเร็วในการเตรียมความพร้อม

ข้อดีและข้อเสียของสินเชื่อส่วนบุคคล

การทำความเข้าใจว่าสินเชื่อบุคคลคืออะไรนั้นยังไม่เพียงพอ ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการทางการเงินประเภทนี้ เราจำเป็นต้องพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียอย่างรอบด้าน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความสามารถในการชำระหนี้ของเราจริง ๆ

ข้อดีของสินเชื่อบุคคล

  • ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน ช่วยให้บุคคลทั่วไปที่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีสินทรัพย์มูลค่าสูงมาค้ำประกัน
  • มีอิสระในการใช้จ่าย วงเงินที่ได้รับอนุมัติสามารถนำไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าเทอม
  • ช่วยเสริมสภาพคล่องยามฉุกเฉิน เป็นตัวช่วยทางการเงินชั้นดีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ต้องใช้เงินก้อน ทำให้เราสามารถก้าวข้ามสถานการณ์ฉุกเฉินไปได้

ข้อเสียของสินเชื่อบุคคล

  • อัตราดอกเบี้ยสูง เนื่องจากผู้ให้กู้มีความเสี่ยงสูงจากการที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยจึงมักจะสูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อบ้าน
  • อาจกระทบต่อประวัติข้อมูลเครดิต การผิดนัดชำระหนี้จะถูกบันทึกในประวัติข้อมูลเครดิต ซึ่งอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและโอกาสในการขอสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคตได้
  • เสี่ยงต่อการเป็นหนี้เกินความจำเป็น ความสะดวกในการเข้าถึงอาจทำให้บางคนขาดการวางแผนและใช้จ่ายเกินตัว จนนำไปสู่ภาระหนี้สินที่จัดการได้ยากในระยะยาว

การคำนวณดอกเบี้ยเบื้องต้น

การคิดดอกเบี้ยคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคล ก็มีวิธีการคิดคำนวณเพื่อประมาณการรายจ่ายในแต่ละเดือน ยกตัวอย่างเช่น การคำนวณสินเชื่อแบบลดต้นลดดอก การจ่ายดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกนั้น หากจ่ายในแต่ละงวดมากเท่าไหร่ ก็จะจ่ายงวดต่อ ๆ ไป เบาลงเท่านั้น ข้อดีคือ ยิ่งโปะเงินมาก หนี้ก็หมดไวขึ้นนั่นเอง โดยมีสูตรการคำนวณดังนี้

  • สูตรการคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก : เงินต้นคงเหลือ x ดอกเบี้ย 15% x จำนวนวันในแต่ละรอบบัญชี* ÷ 365 วัน

* การนับจำนวนวันในแต่ละรอบบัญชี
กรณีจ่ายหมด: นับตั้งแต่วันที่เบิกถอนเงินสด - ก่อนวันชำระเงิน 1 วัน
กรณีจ่ายขั้นต่ำ: นับตั้งแต่วันที่เบิกถอนเงินสด - ก่อนวันสรุปยอดบัญชี 1 วัน

คุณสมบัติของผู้กู้

สำหรับคุณสมบัติผู้กู้สินเชื่อส่วนบุคคล ปกติแล้วคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อทั้งธนาคาร และสถาบันการเงินจะแตกต่างกันไม่มาก ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของสินเชื่อนั้น ๆ ระยะเวลาการกู้ ค่าดำเนินการ เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติหลัก ๆ ที่จำเป็น มีดังนี้

  • อายุระหว่าง 20-55 ปี
  • เป็นพนักงานและมีรายได้ประจำตั้งแต่ 7,000 บาท ขึ้นไป
  • มีอายุการทำงาน ตั้งแต่ 1 เดือนเป็นต้นไป
  • มีหมายเลขโทรศัพท์ที่บ้านหรือที่ทำงานที่ติดต่อได้
  • มีที่อยู่และที่ทำงานอยู่ในพื้นที่บริการ

เอกสาร

โดยรายละเอียดคุณสมบัติก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และข้อกำหนดของธนาคาร และสถาบันการเงินนั้น ๆ สำหรับตัวอย่างเอกสารประกอบการสมัครมีดังนี้

  • บัตรประชาชนตัวจริง (พร้อมสำเนา)
  • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน Statement หรือรายการเดินบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก

ฐานเงินเดือน

สำหรับฐานเงินเดือนของผู้ที่ต้องการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสิ่งจำเป็น ที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ โดยคุณสมบัติเกี่ยวกับฐานเงินเดือนก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการเงิน เช่น บางที่หากเป็นพนักงานประจำ มีรายได้ที่มั่นคง ฐานเงินเดือนตั้งแต่ 7,000 บาทขึ้นไป ก็สามารถยื่นเอกสารการสมัคร เพื่อให้สถาบันการเงินพิจารณาได้

สินเชื่อส่วนบุคคลกับบัตรกดเงินสดแตกต่างกันอย่างไร?

บัตรกดเงินสดถือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหนึ่ง แต่อาจจะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไปที่มักให้วงเงินเป็นก้อนใหญ่ครั้งเดียวและผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ที่แน่นอน ในขณะที่บัตรกดเงินสดจะให้วงเงินหมุนเวียนที่เราสามารถเบิกถอนเงินสดเมื่อไหร่ก็ได้ตามความจำเป็น จ่ายดอกเบี้ยเฉพาะยอดที่ใช้ และมีอิสระในการชำระคืนที่ยืดหยุ่นกว่า ทำให้เหมาะกับการใช้งานเพื่อเสริมสภาพคล่องในระยะสั้นหรือยามฉุกเฉิน

สินเชื่อส่วนบุคคล คือหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีรายได้มั่นคง มีประวัติทางการเงินที่ดี และมีความสามารถในการจ่ายคืน เพื่อช่วยในการเสริมสภาพคล่องทางการเงิน หากกำลังมองหาตัวช่วยทางการเงิน ในยุคนี้ก็มีหลากหลายที่ที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล โดยอย่าลืมพิจารณาธนาคาร หรือ สถาบันการเงิน ที่มีความมั่นคง และน่าเชื่อถือได้ด้วยนะ สำหรับผู้อ่านที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัส สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส

*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส