บริหารหนี้บัตรเครดิต

บัตรเครดิตคือบัตรแห่งอำนาจในการใช้จ่าย เพราะเป็นบัตรที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้จ่ายผู้ใช้บัตรจะสามารถใช้วงเงินในการชำระค่าสินค้าหรือบริการได้ก่อนโดยที่ยังไม่ต้องชำระเงินทันที หลังจากนั้นจะมีการรวมยอดการใช้จ่ายภายในเดือนนั้นเมื่อสิ้นสุดรอบบิล และชำระเพียงครั้งเดียวเมื่อครบกำหนดการชำระเงิน ถือได้ว่าเป็นบัตรอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้าและบริการโดยไม่ต้องใช้เงินสด และยังได้รับสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและฝืดเคือง การชำระเต็มจำนวนก็อาจเป็นเรื่องยาก ทำให้ต้องชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ จนติดหนี้บัตรเครดิตมากขึ้น แต่หากไม่จัดการปิดหนี้ให้เสร็จสิ้น ยิ่งนานเท่าไหร่ดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นจนถึงกับหน้ามืดตาลาย รวมทั้งโอกาสที่จะปิดหนี้ให้เรียบร้อยก็จะยากขึ้น จนเป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนโต ที่สำคัญแม้จะมีรายได้เข้ามาแล้วนั้น ก็อาจปลดภาระหนี้ออกจากตัวไปทันทีไม่ได้ หากต้องการจัดการปิดหนี้บัตรเครดิตเหล่านี้ให้ได้นั้น อาจลองพิจารณาวิธีต่อไปนี้ เพื่อไปปรับใช้กับการบริหารจัดการหนี้บัตรเครดิตของตัวเองให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองมาดูกันว่าจะมีวิธีไหนกันบ้าง

ดอกเบี้ยบัตรเครดิต คืออะไร เกี่ยวอะไรกับการติดหนี้บัตรเครดิต

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความปวดหัวไม่น้อยสำหรับคนที่เป็นหนี้บัตรเครดิต นั่นก็เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องจ่ายเพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากยอดเงินต้น แล้วยังหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย ที่สำคัญ อาจก่อให้เกิดหนี้สะสมมากขึ้นหากไม่รู้จักวิธีคำนวณดอกเบี้ยที่ถูกต้อง โดยทั่วไปแล้วดอกเบี้ยบัตรเครดิตคือผลจากการที่จ่ายขั้นต่ำ หรือชำระหนี้ไม่ครบส่วน

วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต

  1. คำนวณดอกเบี้ยจากยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยนับตั้งแต่วันบันทึกรายการ - วันก่อนวันชำระเงิน 1 วัน
  2. คำนวณดอกเบี้ยจากยอดคงค้าง โดยนับตั้งแต่วันที่ชำระขั้นต่ำ - วันสรุปยอดเดือนถัดไป

ถึงอย่างนั้นปัญหาดอกเบี้ยบัตรเครดิตอาจทำให้หนักใจน้อยลงได้หากรู้จักวิธีจัดการหนี้บัตรเครดิตให้เป็น และมีประสิทธิภาพ โดยบางวิธีก็ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยทำให้เราจ่ายดอกเบี้ยจำนวนน้อยลงได้ เช่น การชำระยอดค่าใช้จ่ายแบบเต็มจำนวน หรือ หากขาดสภาพคล่องทางการเงินจริง ๆ สามารถถอนเงินก้อนจากสินเชื่อบัตรกดเงินสดเพื่อชำระยอดเต็มจำนวน วิธีนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยสองขั้นจากการจ่ายขั้นต่ำของยอดบัตรเครดิตได้

เป็นหนี้แล้วไม่จ่ายส่งผลเสียอะไรบ้าง

การติดหนี้บัตรเครดิตแล้วปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ชำระหนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ยอดหนี้พอกพูนขึ้นจากดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบในระยะยาวต่อประวัติทางการเงินของเราอย่างรุนแรง ซึ่งอาจปิดประตูสู่โอกาสทางการเงินในอนาคตได้ โดยผลเสียหลัก ๆ มีดังนี้

  • เสียประวัติเครดิตบูโร ทำให้การขอสินเชื่อในอนาคต เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ เป็นไปได้ยาก หรืออาจไม่ได้รับการอนุมัติเลย
  • ถูกติดตามทวงถามหนี้ สถาบันการเงินจะดำเนินการติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งอาจสร้างความรำคาญใจและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หากปล่อยทิ้งไว้นาน สถาบันการเงินมีสิทธิ์ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อบังคับชำระหนี้ตามกฎหมายได้

บริหารจัดการหนี้บัตรเครดิต ทำได้อย่างไรบ้าง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาติดหนี้บัตรเครดิต การตั้งสติและเริ่มลงมือแก้ไขอย่างจริงจังคือสิ่งสำคัญที่สุด การบริหารจัดการหนี้อย่างถูกวิธีจะช่วยให้เราสามารถปลดหนี้ได้เร็วขึ้นและกลับมามีสุขภาพทางการเงินที่ดีได้อีกครั้ง โดยมีแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ดังนี้

1. วางแผนชำระหนี้และการใช้จ่าย

เริ่มแรกต้องกลับมาตั้งต้นกันที่เรื่องการวางแผนชำระหนี้และการใช้จ่ายของตัวเอง หากคุณเปิดใช้งานบัตรเครดิตหลายใบ อาจพิจารณาปิดบัตรเครดิตที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มเติมในบัตรนั้น ๆ จนนำไปสู่หนี้ใหม่เพิ่มขึ้นมา อีกทั้งยังเป็นวิธีเตรียมพร้อมเริ่มต้นสู่การปิดหนี้บัตรเครดิตที่ดีอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ควรปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายควบคู่กันไปด้วย โดยเริ่มจากสำรวจรายจ่ายของสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวัน แล้วลิสต์ออกมาว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้เห็นภาพชัดมากขึ้น จากนั้นค่อยวางแผนตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หรือลดรายจ่ายบางอย่างออกไปให้น้อยที่สุดตามกำลังที่เราทำได้ โดยวิธีนี้จะช่วยให้เรามีเงินเหลือจากรายจ่ายเหล่านั้น เจียดมาเป็นเงินชำระหนี้ได้อีกทาง ส่วนใครที่มักชำระสินค้าหรือบริการผ่านบัตรเครดิต อาจลองเปลี่ยนมาจ่ายด้วยเงินสดมากขึ้น นอกจากจะทำให้เราคุ้นเคยกับการไม่ใช้บัตรเครดิตแล้ว ยังเป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้เราตระหนักและชั่งใจในการซื้อของแต่ละครั้งได้ไม่ยากเมื่อต้องควักเงินจ่ายออกจากกระเป๋าไปตรง ๆ

2. หยุดจ่ายขั้นต่ำและชำระหนี้สม่ำเสมอ

แนวทางการปิดหนี้ที่ได้ผลคือหยุดจ่ายขั้นต่ำเป็นอันดับแรก แล้วค่อยทยอยจ่ายหนี้คงค้างอย่างสม่ำเสมอ โดยเงินที่นำมาชำระนั้นอาจจัดสรรแบ่งมาจากเงินที่เหลือจากการตัดรายจ่ายไม่จำเป็นที่เราได้วางแผนลิสต์ออกมาข้างต้นแล้ว

นอกจากนี้ จากเดิมทีที่วางแผนชำระหนี้อย่างสม่ำเสมอนั้น หากได้รับเงินก้อนมาจำนวนหนึ่ง อาจนำเงินส่วนนั้นมาโปะหนี้ที่เหลือเพื่อเร่งปิดหนี้ให้ได้เร็วขึ้น ข้อดีของการโปะเงินก้อนจะช่วยลดดอกเบี้ยของยอดหนี้ที่เหลือได้ กล่าวคือ การโปะเงินก้อนจะทำให้เงินต้นลดลง รวมถึงดอกเบี้ยก็จะลดลงตามไปด้วย เนื่องจากบัตรเครดิตเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

3. รวมหนี้ก้อนเดียว

หากมีหนี้บัตรเครดิตหลายเจ้า พยายามรวมหนี้ให้เป็นก้อนเดียว ไม่ว่าคุณจะเป็นหนี้บัตรเครดิตกับสถาบันการเงินใด ให้นำมารวมเป็นก้อนเดียวไว้ จากนั้นทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่อยู่ในระบบ เพื่อปิดดอกเบี้ยแพงทั้งหมดและผ่อนชำระหนี้ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงเป็นงวด ๆ ไป ทั้งนี้ ต้องพิจารณาด้วยว่ากรณีรวมหนี้เพื่อขอสินเชื่อของตนนั้นเข้ากับเงื่อนไขยื่นขอสินเชื่อฯ ของสถาบันการเงินที่ต้องการยื่นขอหรือไม่ หากอิงตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กำหนดไว้ว่าสถาบันการเงินจะอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันให้ได้ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ โดยวงเงินที่จะได้รับก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการพิจารณาของสถาบันการเงินแต่ละแห่งเช่นกัน ข้อดีของวิธีนี้ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่ง คือดอกเบี้ยถูกลง เพราะหนี้ทั้งหมดถูกนำมารวมเป็นก้อนเดียวกันแล้ว ทำให้ต้องรับผิดชอบการจ่ายหนี้กับสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

4. เจรจาประนอมหนี้กับสถาบันการเงิน

หากเกิดกรณีชำระหนี้คงค้างไม่ทันกำหนด หรือถึงจุดที่มียอดหนี้ท่วมจนไม่สามารถชำระคืนได้นั้น การเจรจาประนอมหนี้กับสถาบันการเงินก็อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยลดภาระการชำระหนี้ได้ ซึ่งสามารถทำได้หลายแนวทางเช่น ยื่นเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยหรือพักชำระเงินต้น เป็นต้น โดยต้องติดต่อสถาบันทางการเงินเจ้าของบัตรนั้น ๆ เพื่อขอเจรจาประนอมหนี้ ซึ่งเงื่อนไขและการพิจารณาผ่อนผันแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง

5. สร้างวินัยทางการเงิน

หากต้องการป้องกันไม่ให้เกิดหนี้เพิ่ม รวมทั้งบริหารจัดการกับภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต อาจเริ่มจากการสร้างวินัยทางการเงินควบคู่กันไป อย่างการเริ่มวางแผนทางการเงินของตัวเอง โดยจัดสรรรายได้ออกเป็นสัดส่วนต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ครอบคลุมทั้งเงินที่จะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเงินที่เก็บออมหรือสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ เงินที่แบ่งสำหรับเก็บออมยังอาจแบ่งออกมาเป็นเงินที่ใช้ฝากธนาคารโดยเฉพาะ และอีกส่วนหนึ่งเอาไว้ลงทุนหรือต่อยอดอื่น ๆ ให้งอกเงยและสร้างผลตอบแทนกลับมาในอนาคตได้เช่นกัน

6. หยุดสร้างหนี้ใหม่

หัวใจสำคัญที่สุดของการปลดหนี้คือการหยุดสร้างหนี้เพิ่มโดยเด็ดขาด ในช่วงที่กำลังแก้ไขปัญหาติดหนี้บัตรเครดิต เราต้องระงับใจและพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินตัว ไม่นำบัตรเครดิตออกมาใช้โดยไม่จำเป็นเพื่อควบคุมงบประมาณให้ดีขึ้น การแยกแยะระหว่าง "ความจำเป็น" และ "ความต้องการ" จะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลานี้ไปได้เร็วขึ้น การมีวินัยในการไม่สร้างหนี้ใหม่จะทำให้แผนการปลดหนี้ทั้งหมดที่เราวางไว้สำเร็จลุล่วงได้ตามเป้าหมาย

7. หารายได้เสริมเพื่อเร่งการปลดหนี้

นอกจากการลดรายจ่ายแล้ว การเพิ่มรายรับก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเร่งกระบวนการปลดหนี้ให้เร็วขึ้น เราอาจมองหางานพิเศษหลังเลิกงานหรือในวันหยุด ใช้ทักษะความสามารถที่มีเปลี่ยนเป็นรายได้ เช่น งานฟรีแลนซ์ การขายของออนไลน์ หรือสอนพิเศษ ทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้เพิ่ม ควรนำไปโปะหนี้บัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อนเป็นอันดับแรก วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้หนี้หมดไวขึ้น แต่ยังสร้างความมั่นคงทางการเงินและลดความเครียดจากปัญหาหนี้สินได้อีกด้วย

8. หาแหล่งเงินเพื่อจัดการหนี้บัตรเครดิต

หากต้องการเงินก้อนเพื่อปิดหนี้อย่างรวดเร็ว การมองหาแหล่งเงินทุนสำรองที่เรามีอยู่ เช่น เงินฝากออมทรัพย์ หรือพิจารณาขายสินทรัพย์ลงทุนบางส่วนที่ได้กำไรหรือไม่ได้สร้างผลตอบแทนตามที่คาดหวัง การนำเงินเหล่านี้มาโปะหนี้ก้อนใหญ่ จะช่วยหยุดการเติบโตของดอกเบี้ยได้ทันที ทำให้เราประหยัดค่าดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายในระยะยาวและช่วยให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้เร็วขึ้นอย่างมาก

การแก้ไขปัญหาติดหนี้บัตรเครดิตให้หมดไปอย่างรวดเร็วและไม่กระทบเครดิตบูโรนั้นเป็นไปได้อย่างแน่นอน หากเรามีการวางแผนทางการเงินที่ดี มีวินัยในการใช้จ่าย หยุดสร้างหนี้ใหม่ และเลือกใช้วิธีจัดการหนี้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการรวมหนี้ หรือการเจรจากับสถาบันการเงิน และสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องมือช่วยเสริมสภาพคล่อง บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกคนในทุกสถานการณ์ทางการเงิน สามารถสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสได้ตลอด 24 ชั่วโมง สมัครง่ายใน 10 นาที และได้รับการอนุมัติที่รวดเร็ว**
บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส

*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส

**อนุมัติภายในวันทำการ นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาสินเชื่อได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีข้อขัดข้องด้านเอกสารหรือระบบ