สถานการณ์ทางการเงินที่ไม่คล่องตัวอาจส่งผลให้การชำระหนี้ล่าช้าจนเกิดความกังวลใจเรื่องคดีความ โดยเฉพาะข้อสงสัยที่ว่าเป็นหนี้บัตรเครดิตเท่าไหร่ถึงโดนฟ้อง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรต้องทำความเข้าใจเพื่อเตรียมรับมืออย่างถูกต้อง ทั้งกระบวนการทางกฎหมาย การไกล่เกลี่ย รวมถึงขั้นตอนการบังคับคดี บทความนี้รวบรวมข้อมูลทางกฎหมายล่าสุดและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนมาให้ศึกษาก่อนปัญหาจะบานปลาย
เป็นหนี้บัตรเครดิตเท่าไหร่ถึงโดนฟ้อง?
ตามข้อกฎหมายแล้วหนี้ขั้นต่ำเพียง 2,000 บาท ก็สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันทีนับตั้งแต่วันที่ผิดนัดชำระ อย่างไรก็ตามธนาคารมักเริ่มต้นด้วยการส่งหนังสือทวงถามหรือโทรแจ้งก่อน หากปล่อยค้างชำระเกิน 3 เดือน สถานะจะเปลี่ยนเป็นหนี้เสียและติดเครดิตบูโร ซึ่งคดีแพ่งลักษณะนี้มีอายุความ 2 ปี ดังนั้นคำตอบของคำถามที่ว่าเป็นหนี้บัตรเครดิตเท่าไหร่ถึงโดนฟ้องจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดเงินมหาศาลเสมอไป แต่เริ่มนับจากยอดหนี้ตามจริงและการผิดนัดชำระเป็นหลัก
ทรัพย์สินแบบไหนโดนยึดได้บ้าง

เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่เรายังไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ เจ้าหนี้มีสิทธิดำเนินการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์ขายทอดตลาดนำเงินมาชดใช้หนี้ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าเป็นหนี้เท่าไหร่ถึงโดนยึดทรัพย์คำตอบคือเมื่อถูกฟ้องและแพ้คดี โดยทรัพย์สินที่อยู่ในข่ายบังคับคดีแบ่งได้ดังนี้
- อสังหาริมทรัพย์ กลุ่มทรัพย์สินที่มีโฉนดและสิ่งปลูกสร้างถาวร เช่น บ้านพักอาศัย ที่ดินเปล่า หรือคอนโดมิเนียม สามารถถูกยึดเพื่อขายทอดตลาดได้ตามกฎหมาย แม้จะเป็นที่อยู่อาศัยหลัก หากมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เจ้าหนี้ก็สามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามลำดับสิทธิ์
- สังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินทั่วไปที่เคลื่อนย้ายได้และมีมูลค่า อาทิ รถยนต์ส่วนตัว เครื่องประดับ ทองรูปพรรณ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีราคาสูง เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถเข้าทำการยึด เก็บรักษา หรือทำสัญลักษณ์ตีตราประทับ เพื่อรวบรวมนำไปจำหน่ายแลกเป็นเงินสดเพื่อชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ต่อไป
- ทรัพย์สินเพื่อการประกอบธุรกิจ กรณีทำธุรกิจส่วนตัว สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการค้าขายอาจถูกยึดได้เช่นกัน แต่กฎหมายจะพิจารณาข้อยกเว้นสำหรับเครื่องมือทำมาหากินพื้นฐานบางประเภท โดยคำนึงถึงความจำเป็น เพื่อให้ลูกหนี้ยังพอมีช่องทางประกอบอาชีพหารายได้เลี้ยงตนเองต่อไปได้
ทางออกเมื่อโดนฟ้อง

การได้รับหมายศาลไม่ใช่เรื่องที่ควรเพิกเฉย เพราะกฎหมายถือว่าเรารับทราบแล้วทันทีที่ส่งถึงทะเบียนบ้าน หาก โดนฟ้องบัตรเครดิต ควรตั้งสติและเตรียมตัวรับมือตามขั้นตอนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่ก่อเองหรือกรณีเป็นหนี้บัตรเครดิตโดนฟ้องยึดทรัพย์ โดยแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้
- อ่านรายละเอียดในหมายศาลให้ครบถ้วน ขั้นตอนแรกคือการอ่านข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียด ทั้งเลขคดี ศาลที่รับฟ้อง และตรวจสอบยอดหนี้ที่ระบุว่าตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ มีรายการดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมใดที่ผิดปกติไปจากสัญญาเดิมที่เคยทำไว้หรือไม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- จ้างทนายความเพื่อไกล่เกลี่ย หากต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี การมีทนายความดูแลจะช่วยรักษาผลประโยชน์ได้มากที่สุด ทั้งการเจรจาต่อรองยอดหนี้ การขอผ่อนชำระ หรือช่วยเหลือในคดีที่มีความซับซ้อน เช่น กรณีถูกสวมสิทธิ์ใช้บัตร ซึ่งทนายจะช่วยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรม
- เตรียมเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวบรวมหลักฐานสำคัญ เช่น บัตรประชาชน เอกสารผู้ค้ำประกัน สลิปเงินเดือน รายการภาระหนี้สินอื่น หรือหลักฐานความจำเป็นในการเลี้ยงดูครอบครัว เพื่อใช้ประกอบการต่อรองวิธีชำระหนี้ หากไม่ได้ก่อหนี้เอง ต้องเตรียมหลักฐานยืนยัน เช่น บันทึกประจำวัน ภาพวงจรปิด หรือแชทสนทนา
- ตรวจสอบอายุความเพื่อสู้คดี กฎหมายกำหนดอายุความคดีบัตรเครดิตไว้ที่ 2 ปี หากพบว่าเจ้าหนี้ฟ้องร้องหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลานี้ เราสามารถใช้สิทธิ์ต่อสู้คดีโดยยื่นคำร้องต่อศาลว่าคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/29 เพื่อปฏิเสธการชำระหนี้ในส่วนนี้ได้
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนี้บัตรเครดิต
ปัญหาหนี้สินมักมาพร้อมกับข้อสงสัยทางกฎหมายมากมาย โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบที่จะตามมาหลังจากถูกฟ้องร้อง เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายใหม่บังคับคดีบัตรเครดิตและประเด็นที่ลูกหนี้กังวลใจมากที่สุดมาไขข้อข้องใจ
ได้รับหมายศาลแล้วไม่ไปตามนัด จะเกิดอะไรขึ้น?
การเพิกเฉยไม่ไปศาลตามนัดจะทำให้เราเสียสิทธิ์ในการต่อรองและแพ้คดีโดยอัตโนมัติ ศาลจะพิพากษาให้ชำระหนี้เต็มจำนวนตามที่โจทก์ฟ้อง นำไปสู่กระบวนการบังคับคดีซึ่งครอบคลุมการยึดทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา การอายัดเงินเดือน เงินโบนัส หรือเงินตอบแทนอื่น ๆ รวมถึงทรัพย์สินที่ได้มาในภายหลัง เช่น มรดก เงินปันผล หรือเงินเคลมประกันชีวิต เพื่อนำมาชำระหนี้จนครบถ้วน
ถ้าไม่มีทรัพย์สินให้ยึด และไม่มีเงินเดือน จะติดคุกไหม?
ความกังวลเรื่องการติดคุกเพราะเป็นหนี้บัตรเครดิตเป็นสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา จึงไม่มีโทษจำคุก แม้เราจะไม่มีทรัพย์สินให้ยึดและไม่มีเงินเดือนให้เจ้าหนี้อายัดในขณะนั้น เราก็จะไม่ถูกจับกุม เว้นแต่กรณีที่มีเจตนาฉ้อโกงเจ้าหนี้ตั้งแต่ต้นซึ่งอาจเข้าข่ายคดีอาญา แต่ภาระหนี้จะยังคงอยู่และเจ้าหนี้จะคอยตรวจสอบทรัพย์สินของเราต่อไป
เจ้าหนี้มีเวลาตามยึดทรัพย์กี่ปี?
แม้คดีจะสิ้นสุดแล้ว แต่เจ้าหนี้ยังมีสิทธิ์ตามสืบทรัพย์และบังคับคดีได้ยาวนานถึง 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา หมายความว่าหากในช่วงเวลาดังกล่าวเรามีรายได้เพิ่ม มีการซื้อทรัพย์สินใหม่ หรือได้รับมรดกตกทอด เจ้าหนี้สามารถดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์เหล่านั้นได้ทันที ดังนั้นการไม่มีทรัพย์สินในวันนี้ไม่ได้หมายความว่าจะรอดพ้นจากการชำระหนี้ในอนาคต
การมีความรู้เรื่องข้อกฎหมายและการบริหารจัดการหนี้ที่ดีจะช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้ แต่ทางออกที่ดีที่สุดคือการวางแผนการเงินสำรองไว้เสมอ หากเราต้องการเสริมสภาพคล่องในยามฉุกเฉิน การเลือกกู้เงินด่วนผ่านแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายและเชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญ บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างอุ่นใจ เพราะสามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการสั่งเงินโอนเข้าบัญชีได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Umay+ Application หรือกดเงินสดไม่ใช้บัตรได้ที่ตู้ ATM ที่ร่วมรายการในเวลาให้บริการ ช่วยให้เราก้าวผ่านปัญหาการเงินไปได้อย่างมั่นคง สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส
24/03/2026