การเตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สิ่งสำคัญที่ต้องวางแผนล่วงหน้าคือเรื่องการเงิน หลายคนอาจกำลังสงสัยว่าค่าคลอดในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการเลือกใช้บริการกับสถานพยาบาลของรัฐบาลที่ช่วยประหยัดงบประมาณ บทความนี้ จะพาไปสำรวจข้อมูลที่จำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อมค่าคลอดลูกสำหรับโรงพยาบาลรัฐกัน
ค่าใช้จ่ายคลอดลูกโรงพยาบาลรัฐปี 2569 มีอะไรบ้าง

เมื่อพูดถึงคลอดโรงพยาบาลรัฐค่าใช้จ่ายมักจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณ การประเมินค่าคลอดล่วงหน้าจะช่วยให้เราสามารถจัดสรรเงินสำรองได้อย่างเหมาะสม ลองมาดูกันว่าในปี 2569 นี้ จะมีรายการค่ารักษาพยาบาลส่วนใดบ้างที่ต้องเตรียมตัวไว้เป็นพิเศษ
ค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดธรรมชาติ
สำหรับการเลือกใช้วิธีคลอดแบบธรรมชาติในสถานพยาบาลของรัฐนั้น จะมีงบประมาณที่ต้องเตรียมไว้คร่าว ๆ อยู่ที่ราว 3,000-7,000 บาท โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้รวมเอาค่าบริการห้องคลอด ค่าธรรมเนียมแพทย์และพยาบาลผู้ทำคลอด รวมถึงค่ายาพื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้ไว้เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดงบได้ดีหากมารดาและทารกมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ
ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าคลอด
ในกรณีที่แพทย์ผู้ดูแลประเมินแล้วว่ามีความจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด งบประมาณที่ใช้ก็จะสูงขึ้นมาอีกระดับ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ราว 10,000-15,000 บาท ซึ่งตัวเลขนี้ครอบคลุมค่าบริการห้องผ่าตัด ค่าวิสัญญีแพทย์รวมถึงค่าห้องพักฟื้นในระยะเริ่มต้น การผ่าตัดอาจใช้ระยะเวลาพักฟื้นนานกว่า จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของการดูแลและพักฟื้นตามระยะเวลาที่แพทย์ประเมิน
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา
นอกเหนือจากค่าบริการหลักที่กล่าวไปแล้ว เรายังต้องเตรียมเงินสำรองเผื่อไว้สำหรับส่วนต่างอื่น ๆ ที่อาจงอกเงยขึ้นมา เช่น ค่าห้องพักพิเศษส่วนตัวหากต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ค่ายาหรือเวชภัณฑ์เฉพาะทางที่ไม่อยู่ในบัญชียาหลัก รวมถึงค่าดูแลรักษาหากเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งในระหว่างการรักษาและหลังคลอด ซึ่งเงื่อนไขและราคาเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามระเบียบของแต่ละสถานพยาบาล
สิทธิที่ช่วยลดภาระค่าคลอดของคุณแม่
การมีบุตรถือเป็นภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ แต่ในปัจจุบันมีสวัสดิการจากภาครัฐที่เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนค่าคลอดโรงพยาบาลรัฐจากสิทธิประกันสังคม หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การทำความเข้าใจและเตรียมเอกสารเพื่อคลอดลูกจากสิทธิประกันสังคมให้พร้อม จะช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มากเลยทีเดียว
สิทธิประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 และ 39
สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 ที่มีการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนครบ 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันคลอด จะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเบิกจ่าย ส่วนมาตรา 40 จะไม่ครอบคลุมสิทธินี้ ต้องเปลี่ยนไปใช้บัตรทองแทน โดยมีรายละเอียดสิทธิประโยชน์ดังนี้
- ค่าคลอดบุตร เหมาจ่ายจำนวน 15,000 บาทต่อครั้ง สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งสถานพยาบาลรัฐและเอกชนโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- ค่าฝากครรภ์ เบิกได้สูงสุด 5 ครั้งตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ รวมเป็นเงินไม่เกิน 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามเกณฑ์อายุครรภ์
- เงินสงเคราะห์การหยุดงาน ผู้ประกันตนหญิงจะได้รับเงินชดเชย 50% ของฐานค่าจ้าง เป็นระยะเวลาสูงสุด 90 วัน (สิทธินี้ไม่ครอบคลุมสำหรับการคลอดบุตรคนที่ 3 เป็นต้นไป)
- เงินสงเคราะห์บุตร รับเดือนละ 1,000 บาทต่อคน ตั้งแต่แรกเกิดจนอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ โดยให้สิทธิสูงสุดไม่เกิน 3 คน
สิทธิบัตรทองสำหรับการคลอดบุตร
สิทธิบัตรทองหรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานจากรัฐบาลที่ดูแลโดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มอบให้แก่ประชาชนที่ไม่มีสวัสดิการข้าราชการหรือประกันสังคม เพื่อให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างครอบคลุมตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด โดยสิทธิที่ครอบคลุมมีดังนี้
- ค่าฝากครรภ์ ดูแลตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ รวมถึงค่าตรวจวิเคราะห์เลือด ปัสสาวะ และการทำอัลตราซาวด์เบื้องต้น
- ค่าทำคลอด ครอบคลุมการทำคลอดทุกรูปแบบ ทั้งการคลอดธรรมชาติและการผ่าตัดตามคำประเมินของแพทย์ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- ค่ายาและเวชภัณฑ์ รวมค่ายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามที่ระบุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
- ค่าห้องพักและอาหาร ฟรีค่าบริการห้องพักผู้ป่วยสามัญและค่าอาหารตลอดช่วงเวลาที่พักฟื้นในสถานพยาบาล
- การตรวจคัดกรอง ได้รับสิทธิในการตรวจคัดกรองความเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ภาวะดาวน์ซินโดรม หรือโรคธาลัสซีเมีย
วางแผนค่าใช้จ่ายก่อนคลอดให้พร้อม

การเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินตั้งแต่แรก ๆ เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดความสะดุดเมื่อถึงเวลา การจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นระบบจะช่วยลดความเครียดและสร้างความมั่นใจให้แก่ครอบครัว เราควรเริ่มประเมินค่าใช้จ่ายต่างๆ ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ไปจนถึงขั้นตอนการดูแลหลังคลอดอย่างรัดกุม
การจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ฝากครรภ์จนถึงวันคลอด
การตั้งครรภ์มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่ค่าธรรมเนียมการฝากครรภ์ ค่าเดินทางไปพบแพทย์ตามนัด ค่าอาหารบำรุงสุขภาพ ไปจนถึงเสื้อผ้าคนท้อง เราควรทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ชัดเจน และแบ่งเงินออมส่วนหนึ่งไว้สำหรับเป็นก้อนค่าทำคลอดโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงกำหนดเวลาจะมีงบประมาณเพียงพอโดยไม่ต้องเกิดความกังวลใจ
การเตรียมงบสำหรับค่าใช้จ่ายของลูกน้อย
เมื่อลูกน้อยลืมตาดูโลกจะมีรายจ่ายตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป นมผง เสื้อผ้าเด็กอ่อน อุปกรณ์อาบน้ำ คาร์ซีท หรือรถเข็นเด็ก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของใช้จำเป็นที่ต้องเตรียมงบประมาณไว้ล่วงหน้า การทยอยซื้อของทีละเล็กทีละน้อยในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ จะช่วยกระจายภาระค่าใช้จ่ายไม่ให้หนักจนเกินไปในช่วงที่เพิ่งคลอดบุตร
การสำรองเงินสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ในบางครั้งอาจเกิดเหตุฉุกเฉินที่ทำให้งบประมาณบานปลาย เช่น ทารกต้องเข้าตู้อบ มารดามีภาวะแทรกซ้อน หรือจำเป็นต้องใช้ยาที่อยู่นอกบัญชีหลัก การมีเงินก้อนสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ประมาณ 20-30% ของงบทั้งหมด ถือเป็นวิธีบริหารความเสี่ยงที่ดี หากสงสัยว่าค่ารักษาพยาบาลผ่อนจ่ายได้ไหม ปัจจุบันมีหลายสถานพยาบาลมีนโยบายให้ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดได้เช่นกัน
Umay+ ตัวช่วยเรื่องเงินยามจำเป็น
เมื่อถึงคราวฉุกเฉินหรือมีรายจ่ายเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ การมีบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสติดกระเป๋าไว้ จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้ครอบครัวได้ ไม่ว่าจะนำมาสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนเกิน หรือซื้อของใช้จำเป็นสำหรับลูกน้อยก็ทำได้อย่างคล่องตัว เป็นตัวช่วยที่เพิ่มความอุ่นใจในการบริหารเงินยามจำเป็นได้อย่างดี
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคลอด
เรื่องการเตรียมตัวคลอดมักมาพร้อมกับข้อสงสัยมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการใช้สิทธิเบิกจ่ายต่าง ๆ ที่บางครั้งอาจมีเงื่อนไขซับซ้อน เพื่อให้การวางแผนการเงินเป็นไปอย่างราบรื่น เราจึงรวบรวมคำถามที่หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับการเบิกจ่ายและการใช้สวัสดิการมาคลายข้อข้องใจกัน
หากต้องผ่าคลอดจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากสิทธิที่ได้รับหรือไม่?
หากใช้สิทธิบัตรทองและแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องผ่าตัด จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของค่าผ่าตัด แต่หากเป็นการผ่าตามความต้องการของเราเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ อาจจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนต่างด้วยตนเอง รวมถึงค่าห้องพักพิเศษหากมีการร้องขอเพิ่มเติม
ใช้สิทธิบัตรทองกับประกันสังคมพร้อมกันได้หรือไม่?
ตามหลักเกณฑ์แล้วเราไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองและประกันสังคมซ้อนทับกันได้ หากเรามีสถานะเป็นผู้ประกันตนและส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข จะต้องใช้สิทธิของประกันสังคมเป็นหลัก สิทธิบัตรทองจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเราไม่มีสวัสดิการอื่นใดจากทางภาครัฐมารองรับเท่านั้น
คลอดลูกประกันสังคมจ่ายให้เท่าไหร่
คลอดบุตรประกันสังคมจ่ายให้เท่าไหร่นั้นต้องบอกว่าเราจะได้รับเงินเหมาจ่ายจำนวน 15,000 บาทต่อการคลอดบุตร 1 ครั้ง โดยสามารถนำไปเบิกได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และยังครอบคลุมไปถึงการเบิกค่าฝากครรภ์ได้สูงสุดอีก 1,500 บาทตามเกณฑ์ที่กำหนด
การทำความเข้าใจเรื่องงบประมาณในการคลอดบุตรที่สถานพยาบาลของรัฐ รวมถึงการศึกษาสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ อย่างละเอียด จะช่วยให้เราสามารถประเมินและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างรัดกุม นอกจากนี้ การมีเงินสำรองและตัวช่วยทางการเงินที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้เราก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญนี้ไปได้อย่างมั่นคง หากต้องการตัวช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถเตรียมไว้เป็นเงินสำรองยามจำเป็น อนุมัติวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท วงเงินสูงสุด 5 เท่า ของรายได้* (*ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท) พร้อมจุดเด่น สมัครง่าย อนุมัติไว** และเมื่อได้รับการอนุมัติ สามารถสั่งเงินโอนเข้าบัญชีผ่าน Umay+ Application ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขั้นต่ำ 500 บาท โดยไม่มีค่าธรรมเนียมทำรายการ ทั้งนี้ ควรวางแผนการใช้วงเงินและชำระคืนให้เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินของตนเอง สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
**อนุมัติภายในวันทำการ นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาสินเชื่อได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีข้อขัดข้องด้านเอกสารหรือระบบ
อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส
17/10/2026