กู้เงินนอกระบบ

ปัญหาทางการเงินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้เงินหลายครั้งเราอาจมองหาทางออกที่รวดเร็วและได้เงินทันใจ ซึ่งกู้เงินนอกระบบมักเป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครหลายคน แม้ว่าช่องทางนี้จะดูเหมือนง่ายและไม่ต้องใช้เอกสารให้วุ่นวาย แต่เบื้องหลังความสะดวกสบายนั้นแฝงไปด้วยอันตรายที่อาจทำให้ชีวิตพลิกผัน หากเรากำลังพิจารณาทางเลือกนี้ลองมาดูข้อมูลสำคัญที่ควรทราบก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา

กู้เงินนอกระบบ คืออะไร

การกู้เงินนอกระบบ คือ การยืมเงินจากบุคคลหรือแหล่งเงินทุนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อตามกฎหมายจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไม่มีการควบคุมดูแลอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไข ผู้ให้บริการจึงสามารถกำหนดกติกาได้เอง ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นการเอาเปรียบผู้กู้ ทั้งด้านดอกเบี้ยสูงลิ่วและวิธีการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม

ความเสี่ยงของการกู้เงินนอกระบบที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ความเสี่ยงของการกู้เงินนอกระบบ

เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงิน การหันไปพึ่งพาแหล่งเงินทุนที่ไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมายนั้นเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน การตัดสินใจอย่างรีบร้อนอาจนำพาเราไปสู่ปัญหาหนี้สินที่พอกพูน ความเสี่ยงสำคัญที่เราควรตระหนักให้ดีก่อนที่จะก้าวเข้าไปสู่วงจรนี้ ดังนี้

ดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด

สิ่งแรกที่ต้องเผชิญคืออัตราดอกเบี้ยที่แพงและเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้มาก แหล่งเงินทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนเหล่านี้มักคิดดอกเบี้ยเป็นรายเดือนหรือรายวัน ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นรายปีแล้วอาจสูงถึงร้อยละร้อยหรือมากกว่า ทำให้ยอดหนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นภาระหนักในการชำระคืน

ไม่มีสัญญา เงื่อนไขไม่ชัดเจน

การทำธุรกรรมมักไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือหากมีก็มักเขียนขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ให้กู้ฝ่ายเดียว การระบุจำนวนเงินหรือดอกเบี้ยอาจเว้นว่างไว้ให้เติมเอง เสี่ยงถูกเอาเปรียบได้อย่างง่ายดาย เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นมา เราแทบจะไม่มีหลักฐานใด ๆ ไปต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ส่งผลให้ต้องยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การคิดดอกลอย

รูปแบบหนึ่งที่พบเห็นบ่อยคือการคิดดอกลอย ซึ่งหมายถึงการถูกหักดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมล่วงหน้าตั้งแต่วันที่รับเงิน ทำให้เราได้เงินไม่เต็มจำนวนตามที่ขอกู้ไป แต่เมื่อถึงกำหนดชำระคืนเรากลับต้องจ่ายคืนเต็มยอดที่ตกลงไว้ในตอนแรก วิธีนี้ทำให้ภาระหนี้ที่แท้จริงสูงกว่าที่ควรจะเป็น และทำให้กระแสเงินสดขาดสภาพคล่องหนักขึ้น ถือเป็นกลวิธีที่เพิ่มความกดดันทางการเงิน

ทวงหนี้โหด

หากเกิดการผิดนัดชำระหนี้วิธีการทวงถามมักจะอยู่นอกเหนือขอบเขตของกฎหมาย อาจเริ่มต้นจากการโทรข่มขู่ คุกคามด้วยถ้อยคำหยาบคาย ไปจนถึงการประจานให้ได้รับความอับอายในที่สาธารณะ ในกรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นใช้กำลังทำร้ายร่างกาย หรือทำลายทรัพย์สินให้เสียหาย ซึ่งนอกจากจะสร้างความหวาดกลัวแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจและความปลอดภัยในชีวิต

ประนอมหนี้ยาก

เมื่อเจอปัญหาขาดสภาพคล่องและต้องการเจรจาต่อรองเพื่อขอลดหย่อนดอกเบี้ยหรือยืดระยะเวลาชำระหนี้ โอกาสที่จะได้รับความเห็นใจนั้นแทบจะเป็นศูนย์ ผู้ให้กู้มักจะไม่ยอมรับฟังเหตุผลและให้เราจ่ายเงินตามกำหนดเท่านั้น การไม่สามารถประนอมหนี้ได้ทำให้เราหาทางออกได้ยากขึ้น และมักจะจบลงด้วยการต้องไปกู้ยืมจากที่อื่นมาหมุนเวียนโปะหนี้เดิม

หากเผลอกู้เงินนอกระบบ ควรแก้ปัญหาอย่างไร

หากเราพลาดพลั้งเข้าไปในแหล่งเงินทุนที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายไปแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องตั้งสติและไม่ควรหนีปัญหา การปล่อยปละละเลยจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง มีวิธีจัดการหลายแนวทางที่สามารถช่วยให้เราหลุดพ้นจากวังวนหนี้สินนี้ได้ หากรู้จักวางแผนและดำเนินการอย่างถูกต้อง

วางแผนปิดหนี้ให้เร็วที่สุด

ขั้นตอนแรกคือการเร่งหาทางปิดยอดหนี้ที่มีปัญหาให้เร็วที่สุด เพื่อหยุดยั้งดอกเบี้ยที่เดินรายวัน หากพอมีทรัพย์สินที่สามารถแปลงเป็นทุนได้ควรนำมาจัดการส่วนนี้ก่อน หรือทางเลือกที่ดีกว่าคือการกู้เงินถูกกฎหมายมาโปะหนี้ก้อนนี้ เพราะอัตราดอกเบี้ยในระบบจะถูกกว่ามากและมีเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ชัดเจนและยุติธรรมกว่า

ขอคำปรึกษาจากหน่วยงานรัฐหรือศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้
โทรปรึกษากับหน่วยงานรัฐ

การขอความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ปลอดภัย ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาหนี้สินโดยเฉพาะ ซึ่งเราสามารถขอรับคำปรึกษาและแนวทางแก้ไขได้ดังนี้

  • ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขหนี้สินภาคประชาชน ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชนโดยตรง พร้อมช่วยประสานงานไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นธรรม
  • ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือถูกข่มขู่คุกคามจากเจ้าหนี้ ช่วยให้คำปรึกษาเพื่อหาทางออกตามกระบวนการยุติธรรม
  • ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย พร้อมรับฟังปัญหาและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเข้าไปดูแลความปลอดภัยและช่วยเจรจาแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ใช้กระบวนการทางกฎหมายหากถูกเรียกดอกเบี้ยเกินกำหนด

กฎหมายมีบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ปล่อยเงินกู้และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา หากเรามีหลักฐานการโอนเงิน คลิปเสียง หรือข้อความแชตที่แสดงให้เห็นถึงการเรียกดอกเบี้ยผิดกฎหมาย หรือมีการข่มขู่คุกคาม เราสามารถนำหลักฐานเหล่านั้นไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจได้ การดำเนินการตามกฎหมายจะช่วยปกป้องสิทธิของเราอย่างเต็มที่

บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส ตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่องที่ถูกกฎหมาย

Umay+ เราเข้าใจดีว่าทุกคนอาจมีช่วงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงิน การมีทางเลือกที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เราจึงมุ่งมั่นให้บริการสินเชื่อที่โปร่งใสและคิดดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด เพื่อให้ลูกค้านำเงินไปแก้ปัญหาเสริมสภาพคล่องได้

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบ

หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นของการกู้ยืมเงินนอกระบบ ทั้งในแง่ของกฎหมายและแนวทางการรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เราได้รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อยและจัดเตรียมคำตอบที่กระชับ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจและเป็นเกราะป้องกันไม่ให้หลงกล

เงินกู้นอกระบบผิดกฎหมายหรือไม่

การปล่อยเงินกู้นอกระบบถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหนี้จะมีความผิดทางอาญาตามพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราและต้องรับโทษตามกฎหมายกำหนด

หากถูกข่มขู่จากเจ้าหนี้นอกระบบควรทำอย่างไร

หากตกอยู่ในสถานการณ์ถูกข่มขู่คุกคาม ห้ามเพิกเฉย ให้รีบรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เช่น บันทึกเสียง คลิปวิดีโอ หรือข้อความสนทนา จากนั้นนำไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือโทรแจ้งศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความคุ้มครองทันที

หากต้องการเงินด่วน มีทางเลือกอะไรที่ปลอดภัยกว่าการกู้นอกระบบ

ทางเลือกที่ปลอดภัยคือการขอสินเชื่อส่วนบุคคลหรือสมัครบัตรกดเงินสดจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยเป็นธรรม หรือนำทรัพย์สินไปใช้บริการโรงรับจำนำของรัฐ ซึ่งให้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดภัย

การกู้เงินนอกระบบแม้จะได้เงินไวแต่ต้องแลกมากับดอกเบี้ยมหาโหดและความเสี่ยงรอบด้านที่อาจทำลายชีวิตเราได้ การวางแผนการเงินที่ดีและเลือกใช้บริการจากสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายจึงเป็นทางออกที่ยั่งยืนที่สุด หากต้องการวงเงินสำรองฉุกเฉิน บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสถือเป็นตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้อย่างอุ่นใจได้ สามารถสมัครออนไลน์ได้ง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน 1. เตรียมเอกสารการสมัคร (บัตรประชาชนตัวจริง, สลิปเงินเดือน) 2. กรอกข้อมูล และอัปโหลดเอกสาร 3. ยืนยันตัวตนรูปแบบ NDID อนุมัติแล้ว สั่งเงินโอนเข้าบัญชีได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส

*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส