ฤดูกาลยื่นภาษีวนกลับมาทุกปี แต่เชื่อว่าหลายคนอาจเผลอลืมหรือมีเหตุจำเป็นทำให้พลาดการยื่นแบบตามกำหนดจนเวลาล่วงเลยมานาน หากใครที่รู้ตัวว่าไม่ได้ยื่นภาษี 2 ปี หรือมากกว่านั้น แล้วเกิดความกังวลใจว่าจะมีความผิดร้ายแรงไหม หรือต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อจัดการปัญหาให้ถูกต้อง เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งขั้นตอนการดำเนินการและเรื่องค่าปรับมาฝาก เพื่อให้ทุกคนจัดการเรื่องนี้ได้อย่างสบายใจ
ไม่ได้ยื่นภาษี 2 ปี มีผลอย่างไรบ้าง?

การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดการเรื่องภาษีให้เรียบร้อยย่อมส่งผลเสียตามมาแน่นอน โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ได้ยื่นภาษี 2 ปี ติดต่อกัน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินย้อนหลังให้จบไป แต่ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับบทลงโทษและดอกเบี้ยที่เดินหน้าต่อเนื่อง ซึ่งเราสรุปผลกระทบหลัก ๆ มาให้ทราบดังนี้
เงินเพิ่มที่ต้องชำระจากภาษีค้าง
สิ่งแรกที่ต้องแบกรับหากมีภาระภาษีที่ต้องจ่ายจริง คือ "เงินเพิ่ม" ซึ่งเปรียบเสมือนดอกเบี้ยปรับ โดยกฎหมายกำหนดให้คิดในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้างชำระ การคำนวณจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบฯ ไปจนถึงวันที่เรานำเงินไปชำระเสร็จสิ้น ยิ่งปล่อยเวลานาน ยอดเงินเพิ่มส่วนนี้ก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
โทษปรับทางกฎหมายและเบี้ยปรับ
นอกจากเงินเพิ่มแล้วยังมีโทษปรับทางอาญาจากการไม่ยื่นแบบตามกำหนดเวลา ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยอัตราค่าปรับจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า ยิ่งช้ามากค่าปรับก็อาจสูงขึ้น แต่กฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดไว้ไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่สรรพากรอาจพิจารณาลดหย่อนค่าปรับให้ได้ตามระเบียบ หากเรามีเจตนาสุจริตและรีบเข้าไปดำเนินการแก้ไขด้วยตัวเอง
ความเสี่ยงถูกตรวจสอบและกระทบประวัติภาษี
ผลกระทบระยะยาวที่น่ากังวลคือประวัติทางการเงินและความน่าเชื่อถือ การเพิกเฉยจนโดนภาษีย้อนหลังอาจส่งสัญญาณถึงวินัยทางการเงินที่ไม่ดี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำธุรกรรมสำคัญในอนาคต เช่น การยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร หรือการติดต่อทำนิติกรรมกับหน่วยงานราชการ สถาบันการเงินอาจมองว่าเป็นความเสี่ยงและปฏิเสธคำร้องขอได้ ดังนั้นการรักษาประวัติให้ขาวสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับอนาคตทางการเงินของเรา
ขั้นตอนแก้ปัญหาเมื่อลืมยื่นภาษี 2 ปีขึ้นไป
เมื่อรู้ตัวว่าพลาดไปแล้วสิ่งที่ดีที่สุดคือการตั้งสติและรีบดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหยุดภาระดอกเบี้ยและค่าปรับไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ ขั้นตอนการดำเนินการไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราต้องเตรียมตัวและทำตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้
การเตรียมเอกสารรายได้

ก่อนเดินทางไปติดต่อเจ้าหน้าที่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรวบรวมหลักฐานทั้งหมดให้ครบถ้วน เพื่อให้การประเมินภาษีเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง โดยเอกสารที่ต้องจัดเตรียมมีดังนี้
- แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91) เลือกใช้ตามประเภทของรายได้ที่เราได้รับ
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) เพื่อยืนยันยอดรายได้และภาษีที่ถูกหักไปแล้ว
- หลักฐานค่าลดหย่อนต่าง ๆ เช่น หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิต หรือใบอนุโมทนาบัตรจากการบริจาคเงิน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
ช่องทางยื่นย้อนหลัง
กรณีที่เลยกำหนดเวลายื่นแบบฯ ไปแล้ว ระบบออนไลน์ทางเว็บไซต์จะปิดรับข้อมูล ทำให้เราไม่สามารถยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ทางออกเดียวคือต้องเดินทางไปยื่นแบบกระดาษด้วยตัวเอง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่เท่านั้น โดยเราต้องกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน ชัดเจน และถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการคำนวณยอดเงินในลำดับถัดไป
ตรวจยอดภาษีค้างและทำเรื่องชำระให้ครบ
เมื่อยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่สรรพากรเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบและคำนวณยอดเงินทั้งหมด ทั้งตัวภาษี เงินเพิ่ม และค่าปรับ หลายคนสงสัยว่าภาษีย้อนหลังคิดยังไง เจ้าหน้าที่จะแจกแจงรายละเอียดให้เราทราบอย่างชัดเจน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ทันที เมื่อได้ยอดสุทธิแล้วเราก็ดำเนินการชำระเงินให้ครบถ้วนเพื่อปิดยอดหนี้ภาษี เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการที่ถูกต้อง
เสียค่าปรับภาษีย้อนหลัง
ในขั้นตอนการชำระเงินการเสียค่าปรับภาษีย้อนหลังจะถูกรวมอยู่ในยอดรวมที่เราต้องจ่าย ทั้งส่วนของค่าปรับอาญาและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน แนะนำให้เตรียมเงินสดหรือช่องทางการชำระเงินสำรองไว้ให้พร้อม เพราะค่าปรับภาษีย้อนหลังอาจมีจำนวนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้หากระยะเวลาล่าช้านาน
วิธีวางแผนภาษี
เราควรรวบรวมเอกสารรายได้และค่าลดหย่อนไว้ในแฟ้มเดียวกันตลอดทั้งปี และตั้งเตือนปฏิทินเมื่อถึงช่วงเวลาจ่ายภาษี การทำบัญชีรายรับรายจ่ายง่าย ๆ จะช่วยให้เราประเมินรายได้ตัวเองได้แม่นยำ นอกจากนี้ การศึกษาเรื่องสิทธิลดหย่อนภาษีใหม่ ๆ ในแต่ละปี จะช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าและจัดการภาษีได้อย่างคุ้มค่า ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องค่าปรับย้อนหลังอีก
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการภาษีย้อนหลัง
เรื่องภาษีย้อนหลังมักมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ทำให้หลายคนเกิดความสับสนและไม่แน่ใจ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเคยเจอปัญหานี้เป็นครั้งแรก เราจึงรวบรวมคำถามยอดฮิตพร้อมคำตอบที่ช่วยไขข้อข้องใจ เพื่อให้เข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น
ยื่นภาษีย้อนหลังสามารถขอผ่อนจ่ายได้ไหม?
หากยอดเงินที่ต้องชำระสูงเกินกว่าจะจ่ายไหวในครั้งเดียว เราสามารถเจรจาขอผ่อนชำระกับทางกรมสรรพากรได้ โดยต้องเข้าไปแสดงความจำนงพร้อมแผนการผ่อนชำระที่ชัดเจน เช่น แบ่งจ่าย 6-12 งวด ทั้งนี้ต้องเตรียมเอกสารยืนยันสถานะทางการเงินประกอบการพิจารณาด้วย ไม่ว่าจะเป็นรายการเดินบัญชีธนาคาร สลิปเงินเดือน หรือบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเรามีความตั้งใจและความสามารถที่จะทยอยจ่ายหนี้ภาษีจนครบถ้วน
ถ้ามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์แต่มีงานเสริม ต้องยื่นไหม?
แม้รายได้สุทธิจะไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี แต่หากรายได้รวมทั้งหมดถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด (เช่น คนโสดมีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี) เราก็ยังมี "หน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการ" อยู่ดี การยื่นแบบถือเป็นการรายงานรายได้ต่อรัฐ แม้สุดท้ายคำนวณออกมาแล้วภาษีจะเป็น 0 บาทก็ตาม การไม่ยื่นเลยอาจทำให้โดนค่าปรับอาญาฐานไม่ยื่นแบบได้ ดังนั้นยื่นไว้ก่อนปลอดภัยกว่าเสมอ
ถ้ายื่นช้าแต่สรุปว่าไม่มีภาษีต้องจ่าย ยังถูกปรับไหม?
กรณีที่ยื่นแบบล่าช้ากว่ากำหนด แล้วคำนวณออกมาว่าไม่มีภาษีต้องชำระเพิ่ม หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี เราจะ "ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม" (ดอกเบี้ย 1.5%) แต่ยังคงมีความผิดทางอาญาฐานไม่ยื่นแบบตามกำหนดเวลา ซึ่งจะต้อง "เสียค่าปรับอาญา" ที่สำนักงานสรรพากร สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (โดยปกติมักปรับที่ 200 บาท หากยื่นเองและไม่เกินเวลาที่กำหนดในระเบียบผ่อนปรน)
ปัญหาเรื่องการลืมยื่นภาษีไม่ใช่ทางตัน หากรู้ตัวแล้วรีบเข้าไปแก้ไขที่สำนักงานสรรพากร ผลกระทบจากหนักก็จะเป็นเบาได้ สิ่งสำคัญคือความรับผิดชอบและวินัยทางการเงิน แต่หากใครคำนวณแล้วพบว่าต้องจ่ายเงินก้อนโตทั้งภาษีและค่าปรับ จนสภาพคล่องสะดุด บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสพร้อมเป็นตัวช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ให้เราจัดการภาระต่าง ๆ ได้ทันเวลา ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินขาดมือ เพราะบัตรกดเงินสดยูเมะพลัส สมัครง่าย อนุมัติไว* สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
*อนุมัติภายในวันทำการ นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาสินเชื่อได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีข้อขัดข้องด้านเอกสารหรือระบบ
อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส
16/03/2026