เงินกู้นอกระบบ

ปัญหาทางการเงินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ทางออกที่ไม่ถูกต้องอย่างการหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยที่สูงเกินจริงหรือการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม บทความนี้ จะพามาทำความเข้าใจว่าเงินกู้นอกระบบคืออะไร มีกี่รูปแบบ และหากพลาดไปแล้วจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร เพื่อให้เราหลุดพ้นจากวังวนหนี้สินได้อย่างยั่งยืน และกลับมามีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น

เงินกู้นอกระบบ คืออะไร

เงินกู้นอกระบบ คือ การกู้ยืมเงินจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย จึงไม่มีกฎหมายรองรับในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและสัญญาที่ชัดเจน ทำให้เจ้าหนี้สามารถกำหนดเงื่อนไขเอาเปรียบผู้กู้ได้ตามใจชอบ ทั้งดอกเบี้ยที่แพงมหาโหดและระยะเวลาชำระหนี้ที่กดดัน ส่งผลให้ผู้ที่หลงเข้าไปกู้เงินนอกระบบมักต้องแบกรับภาระหนี้ที่ไม่มีวันจบสิ้น และเสี่ยงต่อความปลอดภัย

เงินกู้นอกระบบ มีกี่ประเภท

รูปแบบของหนี้นอกระบบ มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเพื่อเข้าถึงเหยื่อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่มักแฝงมาในรูปแบบแอปพลิเคชันหรือสื่อออนไลน์ ซึ่งหากเราแบ่งตามระยะเวลาการชำระคืนและลักษณะการคิดดอกเบี้ย จะสามารถแบ่งประเภทหลัก ๆ ว่าหนี้นอกระบบมีอะไรบ้างได้ดังนี้

หนี้รายวัน

หนี้นอกระบบประเภทหนี้รายวันเป็นรูปแบบเงินด่วนที่ได้รับความนิยมในกลุ่มมิจฉาชีพ เนื่องจากโอนเข้าบัญชีทันที แต่ข้อเสียร้ายแรงคือผู้กู้ต้องแบกรับภาระชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นรายวัน โดยเจ้าหนี้มักคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก และนำดอกเบี้ยมารวมกับเงินต้นในการคำนวณยอดที่ต้องจ่ายในแต่ละวัน หากขาดส่งเพียงวันเดียว ยอดหนี้จะพุ่งสูงขึ้นแบบทบต้นทบดอกทันที

หนี้รายเดือน หรือรายปี

เงินกู้นอกระบบประเภทหนี้รายเดือนหรือรายปีเป็นลักษณะเงินด่วนที่โอนเข้าบัญชีเช่นกัน โดยผู้กู้ต้องชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดรายเดือนหรือรายปี แม้จะมีระยะเวลาในการชำระหนี้นานกว่าหนี้รายวัน แต่ดอกเบี้ยที่ถูกเรียกเก็บก็ยังสูงกว่าอัตราตามกฎหมาย และมักมีความเสี่ยงเรื่องการนำทรัพย์สินไปค้ำประกัน ซึ่งอาจถูกยึดได้หากผิดนัดชำระตามสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

เงินกู้นอกระบบผิดกฎหมายหรือไม่

เงินกู้นอกระบบหรือเงินด่วนที่โอนเข้าบัญชีอาจจะไม่ผิดกฎหมายเสมอไปในแง่ของการยืมเงินหากเจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยไม่เกินที่กฎหมายกำหนด แต่สิ่งที่ทำให้ผิดกฎหมายคือวิธีการปล่อยกู้และการทวงหนี้ที่ไม่ถูกต้อง เช่น การคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด การข่มขู่คุกคาม ประจานให้เสื่อมเสียชื่อเสียง รวมไปจนถึงการใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายอาญา

ความเสี่ยงของการกู้นอกระบบ

การตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ เปรียบเสมือนการนำตัวเองเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงรอบด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองแต่รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินด้วย ก่อนจะตัดสินใจยืมเงินใครควรพิจารณาถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่จะตามมาเหล่านี้ให้ดีเสียก่อน เพื่อไม่ให้ต้องมาเสียใจในภายหลัง

ดอกเบี้ยสูงกว่าหนี้ทั่วไปหลายเท่า

ความโหดร้ายที่สุดของหนี้นอกระบบคืออัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินจริง โดยอาจสูงถึงร้อยละ 10-20 ต่อเดือน หรือบางรายคิดเป็นรายวัน ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นรายปีแล้วอาจสูงเกินกว่า 100% ต่างจากสินเชื่อในระบบที่มีเพดานดอกเบี้ยชัดเจน การต้องแบกรับดอกเบี้ยมหาศาลนี้ทำให้เงินที่หามาได้ต้องนำไปจ่ายแต่ดอกเบี้ย โดยที่เงินต้นแทบไม่ลดลงเลย เป็นสาเหตุให้ปิดหนี้ไม่ลง

สัญญากู้ไม่เป็นธรรม และเงื่อนไขเกินจริง

เอกสารสัญญาของเงินกู้นอกระบบมักถูกทำขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าหนี้เพียงฝ่ายเดียว เช่น ให้เซ็นกระดาษเปล่า ระบุยอดหนี้เกินจริง หรือไม่มีการระบุรายละเอียดดอกเบี้ยที่ชัดเจน ทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ผู้กู้จึงไม่มีหลักฐานทางกฎหมายที่จะนำมาต่อสู้หรือเรียกร้องความเป็นธรรมได้ และต้องยอมจำนนต่อเงื่อนไขบีบบังคับที่ไม่เป็นธรรมเหล่านั้น

เสี่ยงถูกคุกคามจากการทวงหนี้

เมื่อเกิดการผิดนัดชำระหนี้สิ่งที่ตามมาคือการทวงถามที่รุนแรงและคุกคาม เริ่มจากการโทรตามถี่ ๆ การบุกรุกถึงที่ทำงานหรือที่บ้าน การโพสต์ประจานในโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการทำลายทรัพย์สินและทำร้ายร่างกาย การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวงเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิตและสวัสดิภาพของผู้กู้และคนในครอบครัวอย่างรุนแรง

ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่อยู่นอกเหนือการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ เมื่อเกิดปัญหาถูกเอาเปรียบ ผู้กู้จึงไม่สามารถร้องเรียนผ่านช่องทางปกติของสถาบันการเงินได้ แม้จะมีการแจ้งความดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหายจากการกระทำผิดกฎหมาย แต่กระบวนการในการติดตามเอาผิดเจ้าหนี้มักมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้ผู้กู้ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพังในช่วงแรก

ข้อควรรู้ก่อนกู้นอกระบบ

เพื่อไม่ให้พลาดพลั้งไปเป็นเหยื่อของขบวนการปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด เราจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจและเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมการเลือกใช้บริการสินเชื่อในระบบจึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยและคุ้มค่ากว่ามาก

ความแตกต่างระหว่างหนี้นอกระบบกับหนี้ในระบบ

ความแตกต่างระหว่าง ‘หนี้นอกระบบ’ กับ ‘หนี้ในระบบ’ มีตั้งแต่ลักษณะของการให้กู้ยืมเงิน การทำสัญญา ไปจนถึงความปลอดภัยและความคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้ยืม โดยทั่วไปแล้วหนี้นอกระบบจะเป็นกิจการดำเนินโดยบุคคลทั่วไป ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย เรียกง่าย ๆ คือจัดเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย ส่วนอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขสัญญา ก็ไม่ได้กำหนดชัดเจน นั่นหมายความว่าตัวเจ้าหนี้อาจจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยได้สูงกว่าที่กฎหมายระบุไว้เมื่อเทียบกับหนี้ในระบบ อันนำมาสู่เรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวและความคุ้มครองทางกฎหมายของผู้ยืม

ส่วนหนี้ในระบบดำเนินกิจการโดยสถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยและมีกฎหมายคุ้มครอง นี่เองที่ทำให้หนี้ในระบบมีวิธีคำนวณอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน และเงื่อนไขสัญญาชัดเจน ผู้ยืมจึงมั่นใจเรื่องสวัสดิภาพที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย รวมทั้งรักษาข้อมูลส่วนตัว

วิธีเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ย

อีกเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเป็นอย่างมากก่อนคิดกู้เงินนอกระบบ ก็คือ ‘ดอกเบี้ย’ หากเราทำเรื่องกู้เงินจากสถาบันการเงิน เช่น บัตรกดเงินสดจะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกไม่เกิน 25% ต่อปี ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยของหนี้นอกระบบไม่ได้มีการกำหนดชัดเจน และมักสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยจากการกู้กับสถาบันการเงิน ถึงอย่างนั้น หลายคนอาจเคยได้ยินโฆษณาชวนเชื่อจากบริการให้กู้เงินนอกระบบที่ชวนให้เข้าใจผิด อย่างการบอกว่าปล่อยกู้ดอกเบี้ย 3% หรือ 5% ซึ่งฟังดูเป็นตัวเลขที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปีของหนี้ในระบบ ทั้งที่จริงแล้ว ดอกเบี้ย 3% หรือ 5% ที่ว่าเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบรายวัน ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยรายปี เมื่อรวมดอกเบี้ยเหล่านี้ก็จะตกเดือนละ 20-30% จึงไม่แปลกเลยที่ผู้ยืมจะติดกับดักหนี้นอกระบบ ใช้หนี้เท่าไหร่ก็ปิดไม่ได้เสียที

วิธีแก้ไขปัญหาหนี้จากเงินกู้นอกระบบ

หากใครที่กำลังเผชิญวิกฤตหนี้นอกระบบรุมเร้า ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ การตั้งสติและค่อย ๆ แก้ไขไปทีละขั้นตอน จะช่วยให้เราปลดล็อกพันธนาการหนี้สินเหล่านี้ได้ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่แนะนำดังนี้

1. รวมหนี้เป็นก้อนเดียว

การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวจะช่วยให้ปิดหนี้ที่มีอยู่ได้เร็ว แถมยังไม่ต้องเร่งหาเงินหรือใช้เงินตัวเองมาโปะหนี้ก่อน โดยเริ่มแจกแจงหนี้แต่ละก้อนออกมา เพื่อให้เห็นว่าหนี้แต่ละเจ้านั้นมียอดเงินต้นและดอกเบี้ยเท่าไหร่ แล้วแต่ละรายมีระยะเวลาเร่งด่วนในการจ่ายคืนมากน้อยแค่ไหน จากนั้นจึงจัดการรวมหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเข้าไว้เป็นก้อนเดียวกัน เพื่อทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ สถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อก็มีหลากหลาย ทั้งสถาบันการเงินของรัฐหรือสถาบันการเงินของเอกชน ที่มีทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลแบบที่มีและไม่มีหลักประกันให้เลือกยื่นเรื่อง หรือการสมัครบัตรกดเงินสดออนไลน์ ในการเบิกถอนเงินก้อน เพื่อนำมาปิดบัญชีเงินกู้นอกระบบทั้งหลาย ก็นับว่าเป็นการรวมหนี้ให้อยู่ในระบบ และรวมเป็นก้อนเดียวได้เช่นกัน

เมื่อยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินผ่านแล้วนั้น คราวนี้ก็นำเงินก้อนที่ได้มาปิดหนี้นอกระบบก่อน แล้วค่อยเลือกผ่อนชำระหนี้ในระบบกับสถาบันการเงินแทน ข้อดีของวิธีนี้คือตัดภาระหนี้นอกระบบไปได้ทันที แทนที่จะชำระหนี้คืนด้วยดอกเบี้ยแพง การเป็นหนี้ในระบบจะช่วยแบ่งเบาส่วนนี้ได้ รวมทั้งไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเอาเปรียบทางเงื่อนไขสัญญา และมีโอกาสเจรจาประนอมหนี้ได้ง่ายกว่าในกรณีที่หาจ่ายไม่ทันกำหนด

2. จัดสรรเงินมาโปะหนี้

หากประเมินความเร่งด่วนของหนี้แต่ละรายการ แล้วเห็นว่ายังพอจัดสรรเงินมาชำระคืนได้สม่ำเสมอแล้วนั้น อาจเลือกวิธีจัดสรรเงินมาใช้โปะหนี้ตามสมควร ไม่ว่าจะเป็นการลดรายจ่ายไม่จำเป็นออกไป หารายได้เสริมจากงานพิเศษต่าง ๆ รวมทั้งดูว่ามีสินทรัพย์ในครอบครองอะไรบ้างที่น่าจะนำไปต่อยอดมูลค่าเป็นเงินก้อนออกมาได้ นอกจากนี้ การวางแผนชำระหนี้อย่างเป็นแบบแผนอาจช่วยให้เราเคลียร์หนี้นอกระบบได้ง่ายขึ้น โดยพิจารณาว่าหนี้เจ้าใดที่มีดอกเบี้ยสูงและใช้เวลาผ่อนน้อย ก็เลือกโปะเงินปิดหนี้ก้อนนั้นก่อนได้ทันที

3. หาคนกลางช่วยเจรจาประนอมหนี้

แม้ว่าการประนอมหนี้กรณีกู้เงินนอกระบบจะทำได้ยาก แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เสียทีเดียว สิ่งสำคัญที่สุดคือหาคนกลางมาช่วยเจรจาต่อรองให้ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ หากอ้างอิงตามคู่มือแนวทางการไกล่เกลี่ย “ประนอมหนี้” นอกระบบ ของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) สำนักงานอัยการสูงสุด ได้กล่าวถึงแนวทางประนอมหนี้นอกระบบว่าด้วยการเป็นตัวกลางของคณะอนุกรรมการฯ มาช่วยเจรจา นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นหนี้นอกระบบและต้องการประนอมหนี้ ยังติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำปรึกษาและร้องเรียนปัญหาหนี้นอกระบบได้

  • ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลัง
  • ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ กระทรวงมหาดไทย
  • ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม

4. สร้างวินัยไม่ก่อหนี้เพิ่ม

นอกจากหาแหล่งเงินมาปิดหนี้นอกระบบให้เร็วที่สุด การวางแผนผ่อนชำระตรงเวลาและสม่ำเสมอ รวมทั้งขอเจรจาประนอมหนี้แล้วนั้น สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คนมีภาระหนี้สินพึงทำ คือสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อป้องกันการก่อหนี้เพิ่มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำได้หลากหลายวิธี อาจเริ่มจากการสำรวจรายจ่ายและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เก็บเงินส่วนที่เหลือไว้สำรองในอนาคต รวมทั้งไม่ก่อหนี้ทั้งจากการเป็นหนี้นอกระบบหรือหนี้ในระบบโดยไม่จำเป็น

เคล็ดลับวางแผนการเงินในชีวิตประจำวันจาก Umay+

ในมุมมองของ Umay+ การมีสุขภาพทางการเงินที่ดีเริ่มต้นจากการวางแผน เราแนะนำให้ทำบันทึกรายรับรายจ่ายเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง จัดสรรเงินออมเผื่อฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 6 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน และหากมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน ควรพิจารณาแหล่งเงินกู้ในระบบที่น่าเชื่อถืออย่างสินเชื่อเงินด่วนที่ถูกกฎหมาย เพื่อความอุ่นใจและไม่เป็นการสร้างภาระเกินตัวในระยะยาว

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแจ้งความออนไลน์

สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาถูกคุกคามจากเจ้าหนี้นอกระบบ และต้องการพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือการแจ้งความออนไลน์ มักมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบต่าง ๆ เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเพื่อคลายข้อสงสัยดังนี้

ถ้าไม่จ่ายเงินกู้นอกระบบ จะโดนอะไรบ้าง

ผลกระทบของการไม่จ่ายหนี้นอกระบบนั้นรุนแรงกว่าหนี้ในระบบมาก นอกจากดอกเบี้ยที่จะทบต้นทบดอกจนท่วมเงินต้นอย่างรวดเร็วแล้ว ผู้กู้ยังเสี่ยงต่อการถูกคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการประจานให้ได้รับความอับอาย การบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว และอาจลุกลามไปถึงการทำร้ายร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตอย่างมาก

หากถูกข่มขู่สามารถแจ้งความได้ไหม

หากเจ้าหนี้มีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม หรือใช้ความรุนแรง ผู้กู้สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที เพราะการทวงหนี้ที่มีลักษณะข่มขู่ให้กลัว หรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ และกฎหมายอาญา ผู้เสียหายควรเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดแล้วแจ้งความที่สถานีตำรวจหรือผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ได้

ดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบสูงแค่ไหน

อัตราดอกเบี้ยของเงินกู้นอกระบบไม่มีมาตรฐานตายตัว แต่ส่วนใหญ่มักสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมักคิดเป็นรายวัน หรือรายเดือน เช่น ร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือร้อยละ 1 ต่อวัน ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นรายปีแล้วอาจสูงถึง 300% หรือมากกว่านั้น ทำให้ยอดหนี้พุ่งสูงเกินกว่าเงินต้นไปหลายเท่าตัวในเวลาอันสั้น

ปัญหาเงินกู้นอกระบบเปรียบเสมือนระเบิดเวลาทางการเงินที่ควรหลีกเลี่ยง แต่หากพลาดไปแล้วการตั้งสติและแก้ไขอย่างถูกวิธีด้วยการรวมหนี้หรือเจรจาประนอมหนี้คือทางออกที่ดีที่สุด หากต้องการเงินสำรองฉุกเฉินที่ปลอดภัยและวางใจได้ บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสินเชื่อในระบบที่ให้ดอกเบี้ยเป็นธรรม สมัครง่าย อนุมัติไว* และถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ไม่กดไม่ใช้ไม่เสียดอกเบี้ย ช่วยให้เราก้าวผ่านปัญหาการเงินได้อย่างสบายใจ สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส

*อนุมัติภายในวันทำการ นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาสินเชื่อได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีข้อขัดข้องด้านเอกสารหรือระบบ

อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส