วิธีแก้หนี้นอกระบบ

ต้องยอมรับว่าการเป็นหนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะหนี้ที่ก่อบางประเภทก็ยืมมาใช้ก่อนแล้วต่อยอดประโยชน์ให้งอกเงยภายหลังหรือให้ผลตอบแทนระยะยาวได้ ถึงอย่างนั้น การเป็นหนี้บางประเภทอย่าง ‘หนี้นอกระบบ’ ก็ดูเป็นเรื่องสุดวิสัย เพราะอาจเกิดจากการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนเช่นนี้

สิ่งที่ต้องคิดตามมาหลังจากกู้เงินนอกระบบแล้วนั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องการบริหารจัดการหนี้ให้ปิดได้ตามกำหนด เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นหนี้นอกระบบ อาจต้องเจอกระบวนการชำระหนี้ที่แตกต่างจากการเป็นหนี้ในระบบพอสมควร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากบริหารจัดการเป็น สามารถปิดหนี้นอกระบบได้ตามกำหนด ก็จะไม่ต้องแบกรับภาระมากเกินไป ลองมาดูกันว่า หากคิดจะกู้เงินนอกระบบต้องรู้เรื่องอะไรก่อน แล้วถ้ากู้จนกลายเป็นหนี้แล้ว จะจัดการเคลียร์หนี้นอกระบบได้อย่างไรบ้าง

เงินกู้นอกระบบคืออะไร?

เงินกู้นอกระบบ คือ การกู้ยืมเงินจากบุคคลหรือแหล่งเงินทุนที่ไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือกระทรวงการคลัง ทำให้ไม่มีกฎหมายควบคุมอย่างรัดกุม จุดเด่นที่มักใช้ดึงดูดใจคือขั้นตอนการอนุมัติที่รวดเร็ว ได้เงินไว ไม่เช็กประวัติทางการเงิน และมักไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน แต่สิ่งที่แฝงมาด้วยคือการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด สัญญาที่ไม่เป็นธรรมเอาเปรียบผู้กู้และอาจมีการทวงถามหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง คุกคาม หรือประจาน ซึ่งมักทำให้ผู้กู้ตกอยู่ในวงจรหนี้สินที่ยากจะหลุดพ้น

ความแตกต่างระหว่างหนี้นอกระบบกับหนี้ในระบบ

ความแตกต่างระหว่าง ‘หนี้นอกระบบ’ กับ ‘หนี้ในระบบ’ มีตั้งแต่ลักษณะของการให้กู้ยืมเงิน การทำสัญญา ไปจนถึงความปลอดภัยและความคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้ยืม

ความปลอดภัย

หนี้นอกระบบมีอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขสัญญา ไม่ได้กำหนดชัดเจน นั่นหมายความว่าตัวเจ้าหนี้อาจจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยได้สูงกว่าที่กฎหมายระบุไว้เมื่อเทียบกับหนี้ในระบบ ซึ่งจะนำมาสู่เรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวและความคุ้มครองทางกฎหมายของผู้ยืม หนี้ในระบบมีวิธีคำนวณอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน และเงื่อนไขสัญญาชัดเจน ผู้ยืมจึงมั่นใจเรื่องสวัสดิภาพที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย รวมทั้งรักษาข้อมูลส่วนตัว

ความถูกกฎหมาย

โดยทั่วไปแล้วหนี้นอกระบบจะเป็นกิจการดำเนินโดยบุคคลทั่วไป ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย เรียกง่าย ๆ คือจัดเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย ส่วนหนี้ในระบบดำเนินกิจการโดยสถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยและมีกฎหมายคุ้มครอง

วิธีเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ย

‘ดอกเบี้ย’ หากเราทำเรื่องกู้เงินจากสถาบันการเงิน เช่น บัตรกดเงินสด จะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกไม่เกิน 25% ต่อปี ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยของหนี้นอกระบบไม่ได้มีการกำหนดชัดเจน และมักสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยจากการกู้กับสถาบันการเงิน

ถึงอย่างนั้นหลายคนอาจเคยได้ยินโฆษณาชวนเชื่อจากบริการให้กู้เงินนอกระบบที่ชวนให้เข้าใจผิด อย่างการบอกว่าปล่อยกู้ดอกเบี้ย 3% หรือ 5% ซึ่งฟังดูเป็นตัวเลขที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ย 25% ของหนี้ในระบบ ทั้งที่จริงแล้ว ดอกเบี้ย 3% หรือ 5% ที่ว่าเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบรายวัน ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยรายปี เมื่อรวมดอกเบี้ยเหล่านี้ก็จะตกเดือนละ 20-30% จึงไม่แปลกเลยที่ผู้ยืมจะติดกับดักหนี้นอกระบบ ใช้หนี้เท่าไหร่ก็ปิดไม่ได้เสียที

ตัวอย่างการคำนวณอัตราดอกเบี้ยหนี้นอกระบบ

เรามีตัวอย่างวิธีการคำนวณอัตราดอกเบี้ยหนี้นอกระบบเพื่อให้ทุกคนได้ความเข้าใจมากขึ้นกัน โดยสมมติว่าเรากู้เงิน 20,000 บาท จ่ายคืนวันละ 500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน จริง ๆ แล้วเขาคิดดอกเบี้ยเราเท่าไหร่ คำนวณคร่าว ๆ ได้ตามขั้นตอน ดังนี้

  1. ขั้นแรกต้องคำนวณหาจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคืนทั้งหมดก่อน โดยเงินที่ต้องจ่ายคืนทั้งหมด = จำนวนเงินจ่ายคืนรายวัน x จำนวนวันใน 1 เดือน x จำนวนเดือน = 500 × 30 x 3 = 45,000 บาท
  2. เมื่อได้เงินที่ต้องจ่ายคืนทั้งหมดแล้ว ให้นำไปลบจำนวนเงินที่กู้เพื่อหาจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด โดยดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด = เงินที่ต้องจ่ายคืนทั้งหมด – จำนวนเงินกู้ = 45,000 – 20,000 = 25,000 บาท
  3. นำดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดมาคำนวณหาอัตราดอกเบี้ยจ่ายตามระยะเวลาที่กู้เงิน (3 เดือน) อัตราดอกเบี้ย (3 เดือน) = (ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด ÷ จำนวนเงินกู้) x 100 = (25,000 ÷ 20,000) x 100 = 125%
  4. ขั้นสุดท้ายให้นำไปหาอัตราดอกเบี้ยจ่ายต่อปี เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกับสินเชื่ออื่น ๆ ได้ อัตราดอกเบี้ยต่อปี = อัตราดอกเบี้ยตามระยะเวลากู้ x (12 เดือน ÷ ระยะเวลาที่กู้) = 125% x (12 ÷ 3) = 125% x 4 = 500% ต่อปี

จะเห็นได้ว่าเงินกู้ตามตัวอย่างข้างต้นที่จ่ายคืนเป็นรายวันนั้น เราจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 500% ต่อปี เลยทีเดียว ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าสินเชื่อในระบบตามกฎหมายมาก

หนี้นอกระบบ เคลียร์ให้จบได้อย่างไร

ปัญหาหนี้นอกระบบเปรียบเสมือนฝันร้ายที่คอยบั่นทอนทั้งสุขภาพจิตและสภาพคล่องทางการเงินในชีวิตประจำวัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่วและการทวงถามที่กดดัน ทำให้หลายคนหาทางออกไม่เจอ อย่างไรก็ตาม ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไขเสมอ หากเรากำลังเผชิญกับวิกฤตนี้ ลองมาดู 9 วิธีเคลียร์หนี้นอกระบบให้จบ เพื่อก้าวคืนสู่อิสรภาพทางการเงินกัน

1. รวมหนี้เป็นก้อนเดียว

การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวจะช่วยให้ปิดหนี้ที่มีอยู่ได้เร็ว แถมยังไม่ต้องเร่งหาเงินหรือใช้เงินตัวเองมาโปะหนี้ก่อน โดยเริ่มแจกแจงหนี้แต่ละก้อนออกมา เพื่อให้เห็นว่าหนี้แต่ละเจ้านั้นมียอดเงินต้นและดอกเบี้ยเท่าไหร่ แล้วแต่ละรายมีระยะเวลาเร่งด่วนในการจ่ายคืนมากน้อยแค่ไหน จากนั้นจึงจัดการรวมหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเข้าไว้เป็นก้อนเดียวกัน เพื่อทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ สถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อก็มีหลากหลาย ทั้งสถาบันการเงินของรัฐหรือสถาบันการเงินของเอกชน ที่มีทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลแบบที่มีและไม่มีหลักประกันให้เลือกยื่นเรื่อง หรือการสมัคร สินเชื่อบัตรกดเงินสดในการเบิกถอนเงินก้อน เพื่อนำมาปิดบัญชีเงินกู้นอกระบบทั้งหลาย ก็นับว่าเป็นการรวมหนี้ให้อยู่ในระบบ และรวมเป็นก้อนเดียวได้เช่นกัน

เมื่อยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินผ่านแล้วนั้น คราวนี้ก็นำเงินก้อนที่ได้มาปิดหนี้นอกระบบก่อน แล้วค่อยเลือกผ่อนชำระหนี้ในระบบกับสถาบันการเงินแทน ข้อดีของวิธีนี้คือตัดภาระหนี้นอกระบบไปได้ทันที แทนที่จะชำระหนี้คืนด้วยดอกเบี้ยแพง การเป็นหนี้ในระบบจะช่วยแบ่งเบาส่วนนี้ได้ รวมทั้งไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเอาเปรียบทางเงื่อนไขสัญญา และมีโอกาสเจรจาประนอมหนี้ได้ง่ายกว่าในกรณีที่หาจ่ายไม่ทันกำหนด

2. จัดสรรเงินมาโปะหนี้

หากประเมินความเร่งด่วนของหนี้แต่ละรายการ แล้วเห็นว่ายังพอจัดสรรเงินมาชำระคืนได้สม่ำเสมอแล้วนั้น อาจเลือกวิธีจัดสรรเงินมาใช้โปะหนี้ตามสมควร ไม่ว่าจะเป็นการลดรายจ่ายไม่จำเป็นออกไป หารายได้เสริมจากงานพิเศษต่าง ๆ รวมทั้งดูว่ามีสินทรัพย์ในครอบครองอะไรบ้างที่น่าจะนำไปต่อยอดมูลค่าเป็นเงินก้อนออกมาได้ นอกจากนี้ การวางแผนชำระหนี้อย่างเป็นแบบแผนอาจช่วยให้เราเคลียร์หนี้นอกระบบได้ง่ายขึ้น โดยพิจารณาว่าหนี้เจ้าใดที่มีดอกเบี้ยสูงและใช้เวลาผ่อนน้อย ก็เลือกโปะเงินปิดหนี้ก้อนนั้นก่อนได้ทันที

3. หาคนกลางช่วยเจรจาประนอมหนี้

แม้ว่าการประนอมหนี้กรณีกู้เงินนอกระบบจะทำได้ยาก แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เสียทีเดียว สิ่งสำคัญที่สุดคือหาคนกลางมาช่วยเจรจาต่อรองให้ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ หากอ้างอิงตามคู่มือแนวทางการไกล่เกลี่ย “ประนอมหนี้” นอกระบบ ของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) สำนักงานอัยการสูงสุด ได้กล่าวถึงแนวทางประนอมหนี้นอกระบบว่าด้วยการเป็นตัวกลางของคณะอนุกรรมการฯ มาช่วยเจรจา ซึ่งติดต่อไปได้ทางหมายเลข 1157 นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นหนี้นอกระบบและต้องการประนอมหนี้ ยังติดต่อไปยังหน่วยงานต่อไปนี้ เพื่อขอคำปรึกษาและร้องเรียนปัญหาหนี้นอกระบบได้ ดังนี้

  • ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลัง โทร 1359
  • ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ กระทรวงมหาดไทย โทร 1567
  • ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม โทร 025753344

4. สร้างวินัยไม่ก่อหนี้เพิ่ม

นอกจากหาแหล่งเงินมาปิดหนี้นอกระบบให้เร็วที่สุด การวางแผนผ่อนชำระตรงเวลาและสม่ำเสมอ รวมทั้งขอเจรจาประนอมหนี้แล้วนั้น สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คนมีภาระหนี้สินพึงทำ คือสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อป้องกันการก่อหนี้เพิ่มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำได้หลากหลายวิธี อาจเริ่มจากการสำรวจรายจ่ายและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เก็บเงินส่วนที่เหลือไว้สำรองในอนาคต รวมทั้งไม่ก่อหนี้ทั้งจากการเป็นหนี้นอกระบบหรือหนี้ในระบบโดยไม่จำเป็น

5. การแบ่งกลุ่มหนี้

การจัดการหนี้ที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการสำรวจและแบ่งกลุ่มหนี้สินให้ชัดเจน โดยแยกเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น การกู้ยืมไปลงทุนทำธุรกิจหรือซื้อเครื่องมือประกอบอาชีพ ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น หนี้บริโภคทั่วไป การแยกประเภทแบบนี้จะช่วยให้มองเห็นภาพรวม ตัดการสร้างหนี้ที่ไม่จำเป็นทิ้ง และเร่งจัดสรรเงินไปโปะหนี้บริโภคที่มีดอกเบี้ยสูงก่อนเป็นอันดับแรก

6. จัดลำดับการชำระหนี้

แนะนำให้เรียงลำดับจากก้อนที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดไปหาต่ำสุด (Avalanche Method) ซึ่งมักจะเป็นหนี้นอกระบบ ให้มุ่งเป้าหมายนำเงินก้อนไปโปะหนี้ดอกเบี้ยแพงเหล่านี้ให้หมดก่อน ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาวินัยจ่ายขั้นต่ำสำหรับหนี้ก้อนอื่น ๆ ไม่ให้ขาด วิธีนี้จะช่วยหยุดยั้งดอกเบี้ยบานปลายและทำให้ยอดหนี้รวมลดลงอย่างรวดเร็วที่สุด

7. ไม่ผิดนัดชำระหนี้


เราต้องตั้งมั่นว่าจะไม่ผิดนัดชำระหนี้โดยเด็ดขาด เพราะการจ่ายล่าช้าเพียงไม่กี่วันอาจตามมาด้วยค่าปรับและดอกเบี้ยมหาศาล ยิ่งเป็นหนี้นอกระบบ การผิดนัดอาจนำไปสู่การทวงถามที่อันตราย ดังนั้นควรแจกแจงวันกำหนดชำระให้ชัดเจน ตั้งระบบเตือนความจำในมือถือ หรือหักบัญชีอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการหลงลืมและรักษาสภาพคล่องไม่ให้สะดุด

8. หาเงินเพิ่มมาใช้หนี้


หากรายได้ประจำไม่เพียงพอต่อการตัดดอกเบี้ย การหารายได้เสริมจึงเป็นทางออกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ลองสำรวจทักษะของตนเองว่าสามารถรับงานฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ หรือวิ่งงานไรเดอร์ในช่วงวันหยุดได้หรือไม่ นอกจากนี้ การนำสิ่งของเครื่องใช้หรือของสะสมที่ไม่ได้ใช้งานมาประกาศขายมือสอง ก็เป็นอีกวิธีในการเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นทุน นำมารวบรวมสมทบจ่ายโปะหนี้นอกระบบให้หมดไวขึ้น

9. กู้เงินก้อนมาปิดหนี้

การกู้เงินก้อนจากสถาบันการเงินในระบบเพื่อนำมาโปะปิดบัญชีหนี้นอกระบบ เป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้อย่างเห็นผลชัดเจน เราควรมองหาสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสดที่มีดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดไม่เกิน 25% ต่อปี ซึ่งถูกกว่าดอกเบี้ยรายวันหลายเท่า การย้ายหนี้เข้าระบบจะทำให้เราวางแผนผ่อนชำระเป็นงวดได้อย่างแน่นอน และปลอดภัยจากการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดหนี้นอกระบบ

เมื่อก้าวพลาดไปติดกับดักหนี้นอกระบบ หลายคนมักเกิดความวิตกกังวลและมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับข้อกฎหมาย การเอาตัวรอด และการหาทางออกที่ถูกต้อง เพื่อคลายความกังวลและเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหานี้ เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบมาฝากกัน

ติดหนี้นอกระบบ แจ้งความได้ไหม

สามารถแจ้งความได้ โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าหนี้เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือมีพฤติกรรมการทวงถามหนี้ที่รุนแรง ข่มขู่ คุกคาม หรือประจาน เราสามารถรวบรวมหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน แชทการสนทนา หรือคลิปเสียง ไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจได้ทันที

หาเงินด่วนได้จากไหน

การหาเงินด่วนที่ปลอดภัยที่สุดคือพึ่งพาสถาบันการเงินในระบบ เช่น การขอสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อทะเบียนรถ หรือสมัครบัตรกดเงินสด หากกู้ไม่ได้อาจพิจารณาหยิบยืมญาติพี่น้องที่ไว้ใจได้ หรือนำทรัพย์สินมีค่า เช่น ทองคำ ไปจำนำกับโรงรับจำนำของรัฐ ซึ่งให้ดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและยืดหยุ่นกว่า

ความเสี่ยงของการติดหนี้นอกระบบ

ความเสี่ยงหลักคือดอกเบี้ยมหาศาลที่ทบต้นทบดอกอย่างรวดเร็ว ทำให้จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่หมด นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จากการถูกแก๊งทวงหนี้ข่มขู่ รวมถึงความเครียดสะสมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ประสิทธิภาพการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างร้ายแรง

ปัญหาหนี้นอกระบบแม้จะดูมืดมนแต่ก็แก้ไขได้ หากเราตั้งสติ แจกแจงภาระหนี้ทั้งหมด และพยายามย้ายหนี้กลับเข้ามาอยู่ในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหยุดยั้งดอกเบี้ยที่บานปลายและสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิต การมีวินัยทางการเงินและเลือกใช้แหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้คือหัวใจสำคัญในการจัดการหนี้สินอย่างยั่งยืน และสำหรับผู้ที่มองหาตัวช่วยด้านสภาพคล่องทางการเงิน บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกและเข้าถึงง่าย สมัครง่าย อนุมัติไว* พร้อมช่วยให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายจำเป็นได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น เป็นสินเชื่อถูกกฎหมาย น่าเชื่อถือ เพื่อให้การจัดการปัญหาการเงินเป็นไปอย่างมั่นใจและสบายใจในระยะยาว สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส

*อนุมัติภายในวันทำการ นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาสินเชื่อได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีข้อขัดข้องด้านเอกสารหรือระบบ

อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส