ปัญหาหนี้สินที่จัดการไม่ได้อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่หลายคนหวาดกลัว นั่นคือการล้มละลายซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตในหลายด้าน แต่หลายครั้งเราอาจยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงว่าคืออะไร ใครบ้างที่เข้าข่าย และเมื่อถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดใดบ้าง บทความนี้ จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจในทุกแง่มุม เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการเงินและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
การล้มละลาย คืออะไร
การล้มละลาย คือ กระบวนการทางกฎหมายที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถชำระหนี้ได้ เพื่อรวบรวมและแบ่งทรัพย์สินชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้อย่างเท่าเทียมกัน สถานะบุคคลล้มละลายคือสถานะของบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ไม่ใช่เพียงแค่การมีหนี้สินจำนวนมากเท่านั้น แต่เป็นผลจากคำสั่งศาล ซึ่งจะทำให้บุคคลนั้นถูกจำกัดสิทธิ์ในการจัดการทรัพย์สินและทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง
ใครเสี่ยงเป็นบุคคลล้มละลาย

การจะถูกฟ้องร้องจนนำไปสู่การเป็นบุคคลล้มละลายนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนที่มีหนี้ แต่มีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเกณฑ์เบื้องต้นที่เจ้าหนี้จะใช้ในการยื่นฟ้องต่อศาล โดยกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายความเสี่ยง มีดังนี้
- บุคคลธรรมดา มีภาระหนี้สินต่อเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันเป็นจำนวนเงินแน่นอน เกินกว่า 1,000,000 บาท
- นิติบุคคล เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วน มีภาระหนี้สินต่อเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันเป็นจำนวนเงินแน่นอน เกินกว่า 2,000,000 บาท
- ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว คือผู้ที่มีทรัพย์สินทั้งหมดไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้สินที่มีอยู่ได้ครบถ้วน และถูกเจ้าหนี้ยื่นฟ้องตามกระบวนการ
ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง
เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด สถานะบุคคลล้มละลายคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในการใช้ชีวิตประจำวันหลายด้าน โดยอำนาจในการจัดการทรัพย์สินจะตกเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งข้อจำกัดที่สำคัญที่ต้องเผชิญ มีดังนี้
- ถูกจำกัดการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญา การโอน หรือจัดการทรัพย์สินใด ๆ ได้ด้วยตนเอง รวมถึงการเปิดบัญชีธนาคาร การทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งจะถูกระงับ
- เสียสิทธิ์ในตำแหน่งหน้าที่บางอย่าง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือรับราชการได้ กรณีที่รับราชการอยู่จะถูกให้ออกจากราชการ ส่วนพนักงานบริษัทเอกชนอาจต้องพ้นจากตำแหน่ง หากสัญญาจ้างระบุไว้เป็นเงื่อนไข
- ไม่สามารถเป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัท หากต้องการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทใด ๆ จำเป็นต้องยื่นคำร้องขออนุญาตจากศาลล้มละลายกลางก่อน
- ถูกจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศ ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โดยต้องแจ้งเหตุผลและรายละเอียดการเดินทางที่ชัดเจน
ข้อกำหนดการพ้นจากสภาพการเป็นบุคคลล้มละลาย
สถานะการเป็นบุคคลล้มละลายไม่ได้คงอยู่ตลอดไป โดยกฎหมายได้กำหนดระยะเวลาไว้ที่ 3 ปี นับจากวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว บุคคลนั้นจะได้รับการ "ปลดจากการล้มละลาย" โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้กลับมามีสิทธิ์ในการทำธุรกรรมและจัดการทรัพย์สินได้ตามปกติ หนี้สินที่มีอยู่ก่อนหน้าจะถูกยกเว้นไป เว้นแต่หนี้ที่เกี่ยวกับภาษีอากรและหนี้ที่เกิดจากการทุจริตฉ้อโกงจะไม่ถูกระงับไป
วิธีวางแผนการเงินเพื่อป้องกันการล้มละลาย

การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข การสร้างวินัยทางการเงินที่ดีคือเกราะป้องกันความเสี่ยงจากการเป็นบุคคลล้มละลายที่ดีที่สุด เราสามารถเริ่มต้นวางแผนการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงและหลีกเลี่ยงการก่อหนี้เกินตัวได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยแนวทางง่าย ๆ ดังนี้
- จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อสำรวจพฤติกรรมการใช้เงินของตนเอง ทำให้เห็นภาพรวมและสามารถตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้
- มีเงินออมสำรองฉุกเฉิน ควรสำรองเงินไว้อย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันโดยไม่ต้องก่อหนี้เพิ่ม
- บริหารจัดการหนี้สินอย่างมีวินัย ชำระหนี้ให้ตรงเวลาเสมอ หากมีหนี้หลายก้อน ควรวางแผนทยอยปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
- หลีกเลี่ยงการค้ำประกันให้ผู้อื่น เพราะหากผู้กู้หลักไม่ชำระหนี้ ภาระทั้งหมดจะตกมาอยู่ที่เรา ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหนี้สินได้
การล้มละลายเป็นสถานะทางกฎหมายที่เกิดจากคำสั่งศาลเมื่อมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรม การทำงาน และการเดินทาง แม้จะมีระยะเวลาปลดจากการล้มละลายใน 3 ปี แต่ทางที่ดีที่สุดคือการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้น แต่ในยามจำเป็นที่ต้องการเงินสดฉุกเฉินเพื่อเสริมสภาพคล่อง บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พร้อมอยู่เคียงข้าง เพียงใช้อย่างมีวินัยและชำระคืนตามกำหนด สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส
16/01/2026