การขับขี่รถยนต์บนท้องถนนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่บางครั้งเราอาจเผลอทำผิดกฎจราจรโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการขับรถเร็วเกินกำหนดหรือจอดในที่ห้ามจอด จนได้รับเอกสารเรียกเก็บค่าปรับส่งมาที่บ้าน ซึ่งเมื่อได้รับแล้วหลายคนมักเกิดความกังวลและสับสนว่าโดนใบสั่งต้องจ่ายภายในกี่วัน หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลต่อการต่อภาษีรถยนต์หรือไม่ ในบทความนี้ เราจึงรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประเภทของใบสั่ง วิธีการตรวจสอบยอดค้างชำระผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสบาย เพื่อให้เราจัดการธุระนี้ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
ใบสั่งจราจร 3 รูปแบบ
ก่อนที่จะไปดูว่าโดนใบสั่งต้องจ่ายภายในกี่วัน เราควรทำความเข้าใจก่อนว่าใบสั่งที่ได้รับนั้นจัดอยู่ในประเภทใด เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือกล้องตรวจจับจะออกเอกสารเรียกเก็บค่าปรับได้ 3 รูปแบบหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีลักษณะการส่งมอบและรายละเอียดที่แตกต่างกันดังนี้
- ใบสั่งแบบเล่ม เป็นรูปแบบดั้งเดิมที่เรามักพบเห็นได้บ่อยที่สุด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะเป็นผู้เขียนรายละเอียดข้อหาลงในเอกสารทันทีที่พบการกระทำผิด ซึ่งอาจยื่นให้ผู้ขับขี่โดยตรง หรือในกรณีที่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ ก็มักจะสอดไว้บริเวณที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้ารถหรือเสียบไว้ที่ประตูรถ
- ใบสั่งทางไปรษณีย์ มักเกิดจากการตรวจจับผ่านกล้องวงจรปิดหรือกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ โดยเอกสารจะถูกจัดส่งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์ของเจ้าของรถ ซึ่งภายในซองจะระบุหลักฐานเป็นภาพถ่ายขณะกระทำผิดไว้อย่างชัดเจน
- ใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Ticket) รูปแบบใหม่ที่มีลักษณะคล้ายใบเสร็จรับเงิน แต่มีรายละเอียดครบถ้วน ทั้งข้อหา อัตราค่าปรับ วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ รวมถึงข้อมูลทะเบียนรถและใบขับขี่ (หากมีการเรียกดู) นอกจากนี้ยังมีรายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบสั่ง พร้อม QR Code เพื่อให้ประชาชนสแกนจ่ายค่าปรับผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้ทันที
วิธีเช็กใบสั่งจราจรออนไลน์
สำหรับใครที่ไม่มั่นใจว่าตนเองมียอดค้างชำระค่าปรับอยู่หรือไม่ หรือกังวลว่าใบสั่งทางไปรษณีย์อาจตกหล่น ปัจจุบันเราสามารถตรวจสอบข้อมูลใบสั่งย้อนหลังและรายละเอียดข้อหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีขั้นตอนที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ช่วยให้เราวางแผนการเงินเพื่อเคลียร์ยอดค้างชำระได้ทันเวลา ดังนี้
- เข้าสู่ระบบเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ ptm.police.go.th/eTicket
- ดำเนินการลงทะเบียนโดยใช้หมายเลขบัตรประชาชน หรือหมายเลขใบขับขี่ เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน
- ล็อกอินเข้าสู่ระบบและเลือกเมนู "ตรวจสอบใบสั่ง"
- ระบุข้อมูลที่ระบบต้องการ เช่น หมายเลขทะเบียนรถ หรือจังหวัดที่จดทะเบียน
- ระบบจะแสดงรายการใบสั่งที่ค้างชำระ (ถ้ามี) ซึ่งเราสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อหาและยอดเงินได้ทันที
รวมช่องทางการชำระค่าปรับ

เมื่อตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระเรียบร้อยแล้ว ในปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปชำระที่สถานีตำรวจเสมอไป เพราะมีช่องทางอำนวยความสะดวกมากมายที่รองรับวิถีชีวิตแบบดิจิทัล ช่วยให้การจัดการเรื่องค่าปรับเป็นเรื่องง่ายและประหยัดเวลา ซึ่งเราได้รวบรวมช่องทางยอดนิยมมาให้เลือกใช้บริการตามความสะดวก
ช่องทาง Mobile Banking
การชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะสามารถทำรายการได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับทุกธนาคารชั้นนำ และไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ที่ได้รับใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์หรือใบสั่งที่มีบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ดแนบมาด้วย
- เปิดแอปพลิเคชัน Mobile Banking ของธนาคารที่ใช้งานอยู่ แล้วเลือกเมนูสแกนจ่าย
- สแกน QR Code ที่ปรากฏอยู่บริเวณส่วนท้ายของใบสั่ง
- ตรวจสอบชื่อผู้รับโอน โดยต้องระบุว่าเป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมค่าปรับจราจร” เท่านั้น
- ระบบจะแสดงยอดค่าปรับตามจริง ให้กดยืนยันเพื่อชำระเงินและบันทึกสลิปไว้เป็นหลักฐาน
แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และ เป๋าตัง
สำหรับผู้ที่มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือใช้บริการของธนาคารกรุงไทย สามารถเลือกใช้ช่องทางนี้ได้โดยตรง ซึ่งมีความเสถียรและเชื่อมโยงข้อมูลกับภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มั่นใจได้ว่ายอดเงินจะถูกตัดและบันทึกเข้าระบบทันทีที่ทำรายการสำเร็จ
- เข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้วเลือกเมนู “G-Wallet”
- กดเลือกเมนู “จ่ายบิล” ตามด้วย “ค่าปรับจราจร”
- กรอกข้อมูล “เลขที่ใบสั่ง” (13 หลัก) และ “หมายเลขบัตรประชาชน” (13 หลัก) ของผู้กระทำผิด
- ระบุจำนวนเงินค่าปรับตามที่ปรากฏในใบสั่ง
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด แล้วกด “ยืนยันการจ่ายบิล”
แอปพลิเคชัน "KHUB DEE"
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนขับรถยุคใหม่ คือการใช้งานแอปพลิเคชัน KHUB DEE (ขับดี) ซึ่งเป็นแอปฯ ที่พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลการขับขี่โดยเฉพาะ รวบรวมทั้งข้อมูลใบขับขี่ คะแนนความประพฤติ และระบบตรวจสอบใบสั่งไว้ในที่เดียว
- ดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “KHUB DEE”
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือลงทะเบียนใหม่พร้อมกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลรถให้ครบถ้วน
- เลือกเมนู “ตรวจสอบใบสั่ง” เพื่อดูรายการค้างชำระ
- หากมียอดค้าง สามารถกดเลือกชำระเงินผ่าน QR Code ได้ทันที
โดนใบสั่ง ต้องจ่ายภายในกี่วัน

คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือโดนใบสั่งต้องจ่ายภายในกี่วันและใบสั่งอยู่ได้กี่วัน ตามกฎหมายแล้วเมื่อได้รับใบสั่งผู้ขับขี่ควรดำเนินการชำระค่าปรับให้เรียบร้อยภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปคือภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบสั่ง (หรือตามวันที่ระบุในเอกสาร) หากปล่อยให้เลยกำหนดระยะเวลาดังกล่าว อาจส่งผลให้จ่ายใบสั่งไม่ทันเวลา จนนำไปสู่การถูกออกหมายเรียก การอายัดทะเบียนรถชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถต่อภาษีประจำปีได้ ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากในการเคลียร์เอกสารและเสียเวลามากขึ้น ดังนั้น การรีบตรวจสอบว่าจะต้องเสียค่าปรับจราจรภายในกี่วันจะช่วยลดปัญหาจ่ายไม่ทันเวลาได้
วิธีเก็บเงินสำรองยามฉุกเฉินจาก Umay+
ในมุมมองของ Umay+ การสร้างวินัยการออมเริ่มได้ง่าย ๆ ด้วยการแบ่งรายได้ 5-10% ทันทีที่เงินเดือนออกเพื่อแยกเข้าบัญชีสำรองฉุกเฉิน หรือใช้วิธีเก็บแบงก์ 50 ทุกครั้งที่ได้รับเงินทอน วิธีเหล่านี้จะช่วยสะสมเงินก้อนเล็กให้กลายเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับรองรับรายจ่ายไม่คาดฝันอย่างค่าปรับจราจรหรือค่าซ่อมรถ ทำให้เราสามารถจัดการปัญหาหน้างานได้ทันทีโดยไม่กระทบกับเงินหมุนเวียนที่ต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบสั่ง
เรื่องของกฎหมายจราจรและค่าปรับยังมีรายละเอียดอีกหลายจุดที่สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อย เพื่อไขข้อข้องใจว่าโดนใบสั่งต้องจ่ายไหมหรือใบสั่งออนไลน์ต้องจ่ายไหม และประเด็นอื่น ๆ ที่ควรรู้
ไม่จ่ายค่าปรับจะเกิดอะไรขึ้น?
หากเพิกเฉยไม่ชำระค่าปรับตามกำหนด จะส่งผลโดยตรงต่อการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี โดยนายทะเบียนจะรับชำระเฉพาะภาษีประจำปีเท่านั้น แต่จะไม่ได้รับป้ายภาษี (ป้ายวงกลม) จนกว่าจะชำระค่าปรับที่ค้างอยู่ให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน นอกจากนี้อาจถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับขี่ ซึ่งหากคะแนนหมดอาจถูกพักใช้ใบขับขี่ได้
จ่ายค่าปรับออนไลน์แล้วต้องเก็บหลักฐานไว้หรือไม่?
แม้ระบบออนไลน์จะมีการบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ แต่เราขอแนะนำให้บันทึกภาพหน้าจอ (Screenshot) หรือเก็บสลิปการโอนเงินไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง จนกว่าจะตรวจสอบสถานะในระบบว่า “ชำระแล้ว” หรือได้รับใบเสร็จยืนยัน เพื่อป้องกันกรณีระบบขัดข้องหรือความผิดพลาดทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นได้
สามารถจ่ายค่าปรับแทนเจ้าของรถได้หรือไม่?
เราสามารถดำเนินการชำระค่าปรับแทนเจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ได้ โดยเฉพาะการชำระผ่านช่องทางออนไลน์หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส เพียงแค่มีข้อมูลที่ถูกต้อง เช่น เลขที่ใบสั่ง 13 หลัก หรือบาร์โค้ดท้ายใบสั่ง ก็สามารถทำรายการแทนได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อเดียวกันกับเจ้าของบัญชีธนาคาร
การเคารพกฎจราจรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราปลอดภัยและไม่ต้องเสียเงินกับค่าปรับโดยใช่เหตุแต่หากพลาดพลั้งได้รับใบสั่งมาแล้ว สิ่งที่ควรทำคือรีบตรวจสอบว่าโดนใบสั่งต้องจ่ายภายในกี่วันและดำเนินการชำระผ่านช่องทางออนไลน์ให้เรียบร้อยเพื่อตัดปัญหาความยุ่งยากในอนาคต หากใครกังวลเรื่องสภาพคล่องจนต้องการกู้เงินด่วน การมีบัตรกดเงินสดยูเมะพลัส ติดกระเป๋าไว้ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้อุ่นใจ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ฉุกเฉินทางการเงินได้อย่างทันท่วงที สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส
17/02/2026
