หากโดนหลอกให้โอนเงินจะได้เงินคืนไหม? กลายเป็นข้อกังวลใจของใครหลายคน โดยเฉพาะในยุคที่มิจฉาชีพออนไลน์เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งเมื่อเรารู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อแล้ว พยายามอย่าตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก แต่ควรตั้งสติให้ได้มากที่สุด และทำตามขั้นตอนที่เรานำมาแนะนำในบทความนี้กัน
โดนหลอกให้โอนเงินจะได้เงินคืนไหม
ถูกหลอกให้โอนเงินมีโอกาสได้เงินคืนได้ หากเราดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยหยุดยั้งไม่ให้มิจฉาชีพโยกย้ายเงินออกจากบัญชีได้ทัน และช่วยให้เจ้าหน้าที่มีโอกาสตามเงินกลับมาให้เรา
3 ขั้นตอนหลังรู้ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน
เมื่อตั้งสติได้หลังจากรู้ตัวว่าโดนโกง สิ่งสำคัญคือต้องลงมือทำตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบและรวดเร็วที่สุด เพราะทุกนาทีมีค่าในการติดตามเงินคืน การทำตาม 3 ขั้นตอนต่อไปนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เราสามารถอายัดเงินและดำเนินคดีกับมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินได้
1. รวบรวมหลักฐานให้แน่นที่สุด
ให้เรารวบรวมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการถูกหลอกให้โอนเงินไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสลิปการโอนเงิน (e-slip) ที่ระบุวัน-เวลาและเลขที่บัญชีปลายทาง ภาพถ่ายหน้าจอของข้อความแชตที่พูดคุยกับมิจฉาชีพ โปรไฟล์หรือหน้าบัญชีโซเชียลมีเดียของคนร้าย เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่จะสามารถใช้ยืนยันการกระทำความผิดได้
2. แจ้งความดำเนินคดี
หลังจากรวบรวมหลักฐานทั้งหมดแล้ว ให้นำไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ หรือเพื่อความรวดเร็วสามารถแจ้งความออนไลน์ได้ โดยการแจ้งความเป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างมาก เพราะเจ้าหน้าที่จะออกเอกสารเพื่อให้เรานำไปยื่นกับธนาคารประกอบการอายัดบัญชี
3. ติดต่อธนาคารเพื่อขออายัดบัญชีปลายทาง
เมื่อได้เอกสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ให้รีบนำเอกสารนั้นไปยื่นที่ธนาคารของผู้รับโอนปลายทางโดยเร็วที่สุด เพื่อขออายัดบัญชีดังกล่าวอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย การดำเนินการขั้นตอนนี้จะทำให้ธนาคารสามารถระงับธุรกรรมของบัญชีมิจฉาชีพได้ทันที และเริ่มต้นกระบวนการตรวจสอบเพื่อหาทางนำเงินกลับคืนมาสู่บัญชีของเราต่อไป
ช่องทางการติดต่อธนาคาร
การมีเบอร์โทรศัพท์ของธนาคารที่ถูกหลอก จะช่วยให้สามารถแจ้งเรื่องเพื่อขออายัดบัญชีเบื้องต้นได้ทันท่วงที ก่อนจะนำเอกสารไปยื่นในลำดับถัดไป โดยเราได้รวมช่องทางติดต่อธนาคารฉุกเฉินมาให้เพื่อความสะดวกมาให้แล้ว ดังนี้
- ธนาคารทหารไทยธนชาต : 1428 กด 03
- ธนาคารยูโอบี : 0-2344-9555
- ธนาคารไทยพาณิชย์ : 0-2777-7575
- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ : 0-2459-0000 กด 8
- ธนาคารไทยเครดิต : 0-2697-5454
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา : 1572 กด 5
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ : 0-2645-9000 กด 33
- ธนาคารเกียรตินาคินภัทร : 0-2165-5555 กด 6
- ธนาคารกสิกรไทย : 0-2888-8888 กด 001
- ธนาคารซิตี้แบงค์ : 0-2344-9555
- ธนาคารกรุงเทพ : 1333 หรือ 0-2645-5555 กด * 3
- ธนาคารกรุงไทย : 0-2111-1111 กด 108
- ธนาคารออมสิน : 1115 กด 6
- ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย : 0-2626-7777 กด 00
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร : 0-2555-0555 กด *3
- ธนาคารทิสโก้ : 0-2633-6000 กด * 7
วิธีแจ้งความออนไลน์

เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินคดีและเพิ่มโอกาสได้เงินคืน การแจ้งความออนไลน์เป็นอีกช่องทางที่สะดวกและได้รับความนิยม โดยเราสามารถเข้ามาแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่เว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ https://thaipoliceonline.com/
- บนหน้าแรก ให้มองหาและกดไปที่เมนู ‘แจ้งความออนไลน์’
- หากเคยลงทะเบียนแล้ว สามารถเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านได้เลย หากยังไม่เคย ให้ทำการ ‘ลงทะเบียน’ เพื่อสมัครใช้งานก่อน
- เมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อย ให้เลือก ‘แจ้งเรื่องใหม่’ เพื่อเริ่มกรอกข้อมูล
- อ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ แล้วกดยินยอมเพื่อดำเนินการต่อ
- ตอบคำถามเบื้องต้นเกี่ยวกับการเกิดเหตุให้ครบถ้วน
- กรอกรหัสอ้างอิงที่ได้รับจากธนาคารตอนที่แจ้งอายัดบัญชี แล้วเลือก ‘ถัดไป’
- รอกข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายให้ถูกต้องและครบถ้วน
- กรอกรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยสรุป
- ระบุข้อมูลบัญชีธนาคารต้นทาง (บัญชีของเรา) และบัญชีปลายทาง (บัญชีมิจฉาชีพ)
- ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายเท่าที่ทราบ เช่น ชื่อโปรไฟล์ เบอร์โทรศัพท์ แล้วกด ‘เพิ่มรายการ’
- แนบไฟล์หลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมไว้ เช่น ภาพสลิป ภาพแชต แล้วกด ‘เพิ่มรายการ’
- เลือกประเภทการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดี
- ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่กรอกอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง แล้วกดยืนยัน เป็นอันเสร็จสิ้นการแจ้งความออนไลน์
สำหรับคนที่กังวลว่าโดนหลอกให้โอนเงินจะได้เงินคืนไหมนั้น หากเราตั้งสติและทำตามขั้นตอนอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การรวบรวมหลักฐาน การแจ้งความ และการประสานงานกับธนาคารเพื่ออายัดบัญชีปลายทาง เจ้าหน้าที่อาจจะช่วยตามเงินของเราได้ทันเวลา และมีโอกาสได้รับเงินคืนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การป้องกันเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสบายใจในการทำธุรกรรมทางการเงิน การเลือกใช้บริการทางการเงินที่มีระบบความปลอดภัยสูงก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราควรพิจารณา
สำหรับผู้ที่ใช้บริการ Umay+ Application จะมีระบบยืนยันตัวตนผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนในการเข้าสู่ระบบและทำธุรกรรมทุกครั้ง สำหรับบริการสั่งเงินโอนเข้าบัญชี จะสามารถโอนไปยังบัญชีธนาคารของผู้ใช้งานที่ผูกไว้เท่านั้น ไม่สามารถโอนไปยังบัญชีบุคคลอื่นได้ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการโอนผิดหรือถูกหลอกได้ สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และใช้วงเงินอย่างปลอดภัยที่ Umay+ Application หลังได้รับการอนุมัติ
*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส
20/11/2025