หากคุณกำลังมองหาวิธีออมเงิน วิธีเก็บเงินก้อนให้สำเร็จ เพื่อเป้าหมายที่คุณตั้งใจเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการมีบ้าน มีรถ เพื่อการเกษียณ “การวางแผนทางการเงิน” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญลำดับต้น ๆ ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการเก็บเงินสด โดยจำนวนเงินสดสำรองที่เราควรมีเผื่อสถานการณ์จำเป็นนั้นอย่างน้อยคือ 6-12 เดือนของรายได้ ซึ่งเราควรมีวิธีการที่เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อให้การเก็บเงินสดไว้สำรองได้อย่างมีความสุขและประสิทธิภาพ
โดยสามารถเริ่มต้นได้ด้วยวิธีออมเงิน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและทำได้แม้แต่มือใหม่หัดออมก็ทำได้ทุกคน เพราะการที่เรามีกระแสเงินสดสำรองไว้นั้น แม้เกิดเหตุจำเป็นไม่คาดฝัน เราก็สามารถนำเงินออมของตัวเองออกมาใช้ โดยที่จะไม่ทำให้ขาดสภาพคล่องของเงินสดโดยจะวิธีไหนบ้างสามารถอ่านได้จากที่นี่เลย
วิธีออมเงินแบ่งเป็นก้อน
หนึ่งในเทคนิคที่จะช่วยให้เราจัดสรรปันส่วนรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลชัดเจนที่สุด คือการแบ่งเงินออกเป็นสัดส่วนตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ซึ่งวิธีออมเงินรูปแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเผลอนำเงินไปใช้ผิดประเภท และทำให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถแบ่งเงินก้อนหลัก ๆ ออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้
- เงินออมเพื่อการลงทุน เป็นสัดส่วนเงินที่เราหักไว้เพื่อนำไปต่อยอดสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย ชนะอัตราเงินเฟ้อ เช่น การนำไปซื้อกองทุนรวม ซื้อหุ้น หรือลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ที่เรามีความรู้ความเข้าใจ วิธีออมเงินก้อนนี้จะช่วยสร้างความมั่งคั่งและอิสรภาพทางการเงินในระยะยาวให้กับเรา
- เงินออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ถือเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในชีวิต ควรมีสำรองไว้อย่างน้อย 6-12 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ตกงานกะทันหัน เจ็บป่วย หรือต้องซ่อมแซมบ้านและรถยนต์ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เราจะได้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินให้เสียดอกเบี้ย
- เงินออมเพื่อการเกษียณ หลายคนมักมองข้ามข้อนี้เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไรยิ่งได้เปรียบ เป็นการเก็บสะสมเงินทีละนิดเพื่อไว้ใช้จ่ายดูแลตัวเองในยามที่ไม่มีรายได้จากการทำงานแล้ว เพื่อให้บั้นปลายชีวิตมีความมั่นคงและไม่เป็นภาระของลูกหลาน
- เงินออมเพื่อความสุขของตัวเอง การเก็บเงินไม่ควรตึงเครียดจนเกินไป เราควรแบ่งเงินอีกส่วนหนึ่งไว้สำหรับการให้รางวัลตัวเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นการไปท่องเที่ยว ทานอาหารมื้อพิเศษ ซื้อของที่อยากได้ หรือทำกิจกรรมยามว่าง การมีงบส่วนนี้จะช่วยให้เรามีกำลังใจและสามารถออมเงินในระยะยาวได้อย่างมีความสุข
ตั้งเป้าหมายในการออมเงิน
การเริ่มต้นเก็บเงินโดยไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน อาจทำให้เราหมดไฟหรือล้มเลิกกลางคันได้ง่าย ดังนั้น การกำหนดเป้าหมายที่วัดผลได้และมีกรอบเวลาที่แน่นอน จึงเป็นเข็มทิศชั้นดีที่ช่วยให้เรารู้ว่ากำลังทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร และต้องใช้ความพยายามมากน้อยแค่ไหน ซึ่งมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
- กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนและจับต้องได้ (SMART Goal) ระบุไปเลยว่าต้องการเก็บเงินเพื่ออะไร เช่น เก็บเงินดาวน์บ้าน 300,000 บาทภายใน 3 ปี หรือเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ 50,000 บาทภายในสิ้นปี การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เราคำนวณได้ว่าต้องออมเงินเดือนละเท่าไรจึงจะสำเร็จ
- แบ่งเป้าหมายใหญ่ให้เป็นเป้าหมายเล็ก ๆ หากเป้าหมายหลักดูยิ่งใหญ่และต้องใช้เวลานาน ลองแบ่งเป็นเป้าหมายรายปี รายเดือน หรือรายสัปดาห์ เมื่อเราทำสำเร็จทีละขั้น จะเป็นการสร้างกำลังใจชั้นดีให้เราอยากทำต่อไปเรื่อย ๆ
- เลือกเครื่องมือช่วยติดตามความคืบหน้า เพื่อให้เห็นภาพรวมและไม่หลุดโฟกัส สามารถใช้สมุดจดบันทึก แอปพลิเคชัน หรือแม้แต่การใช้ตารางออมเงินมาช่วยเช็กสเต็ปการออมของตัวเองในแต่ละวันหรือแต่ละเดือน การได้เห็นตัวเลขที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มไฟในการเก็บเงินได้เป็นอย่างดี
- ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ แผนการเงินที่ดีต้องมีความยืดหยุ่น หากเดือนไหนมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินแทรกเข้ามาก็อย่าเพิ่งท้อจนเลิกทำ ค่อย ๆ ปรับลดสัดส่วนการออมลงชั่วคราว แล้วค่อยเร่งสปีดชดเชยในเดือนถัดไปเมื่อสถานการณ์การเงินกลับมาเป็นปกติ
ลดความเสี่ยงทางการเงิน
นอกจากการเก็บเงินแล้วการปกป้องเงินออมไม่ให้หายวับไปกับตาเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็สำคัญไม่แพ้กัน การโอนความเสี่ยงด้วยการทำประกันภัยถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพที่ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย หรือประกันอุบัติเหตุ แม้จะต้องจ่ายเบี้ยประกันหลักพันหรือหมื่น แต่หากเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นมากรมธรรม์เหล่านี้จะช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตแทน ทำให้เงินเก็บของเรายังคงอยู่ปลอดภัย ไม่ต้องสูญเสียไปกับเหตุฉุกเฉินเหล่านี้
10 วิธีเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ
สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาวิธีเก็บเงิน การเริ่มต้นอาจดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ความจริงแล้วมีหลากหลายแนวทางที่ทำได้ง่ายกว่าที่คิด และยังเป็นวิธีเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ ในระยะยาวอีกด้วย เราได้รวบรวม 10 เทคนิคพื้นฐานที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เพื่อสร้างวินัยและพิชิตเป้าหมายทางการเงินให้สำเร็จ
1. ทำบัญชีบันทึกรายรับ - รายจ่าย
วิธีเก็บเงินวิธีแรกคือการบันทึกเงินเข้าและออกของตัวเอง ว่าสถานภาพทางการเงินของเรานั้นเป็นอย่างไร กระแสเงินสดไหลออกในเรื่องไหนมากที่สุด เพื่อที่เราจะได้หาวิธีลดค่าใช้จ่ายในจุดนั้น ๆ ได้ และยังเป็นการวางแผนสำหรับการเงินในเดือนถัดไปอีกด้วย
2. ออมเงินสดก่อนใช้
การเก็บเงินสดส่วนหนึ่งออกมาก่อนที่จะเริ่มใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ โดยเริ่มจากทีละน้อย เช่น 10% จากรายได้ แล้วเมื่อทำได้ค่อยขยับไปเป็น 15 - 20% ทีละนิด ที่สำคัญ คือไม่โหมเก็บเงินสดจนทำให้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันติดขัด เพราะจะทำให้ไม่สามารถทำได้นาน และแผนการเก็บเงินจะล้มเหลวได้
3. เปิดบัญชีฝากประจำ
ในยุคสมัยนี้มีหลากหลายธนาคารเปิดให้มีการทำบัญชีฝากประจำ ให้เหล่านักออมทำการออมเงินสดทุกเดือนในจำนวนที่เท่า ๆ กัน โดยแต่ละธนาคารก็จะมีระยะเวลาการฝากตั้งแต่ 24 - 48 เดือน โดยเราสามารถฝากขั้นต่ำที่ 500 บาท การเปิดบัญชีฝากประจำนั้น เราจะไม่สามารถเอาเงินสดออกมาใช้ได้ นอกจากเราจะปิดบัญชี วิธีนี้จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่เก็บเงินไม่อยู่ เพราะเมื่อครบกำหนดฝาก ก็จะทำให้เรามีเงินก้อนจำนวนหนึ่งนั่นเอง
4. ชอปเท่าไร ออมเงินสดเท่านั้น
ใครรู้ตัวว่าเป็นขาชอปตัวแม่ วิธีนี้อาจจะเหมาะกับคุณมาก คือการที่เราซื้อสินค้าอะไรไปเท่าไร หักเงินสดจำนวนเท่ากันมาออมเก็บไว้ หรือใช้หนี้ตัวเองเป็นรายเดือนเมื่อซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ทำให้เราแก้นิสัยจากการใช้เงินฟุ่มเฟือย แล้วกลับมาวางแผนค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะนอกจากเราจะจ่ายค่าชอปปิงแล้ว เรายังต้องนำเงินจำนวนเท่ากันมาออมเก็บไว้ด้วย จึงเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับสายชอปเป็นอย่างมาก
5. แข่งออมเงินกับคนรอบข้าง
สำหรับใครอยากหาแรงกระตุ้นในการเก็บเงินสด ลองชวนคนในบ้านหรือเพื่อน ๆ รอบตัวมาทำชาเลนจ์เก็บเงินตามยอดที่ตั้งเป้าไว้ก็ได้ อาจมีรางวัลเพื่อเป็นแรงจูงใจในการเก็บเงินสด โดยวิธีนี้แน่นอนว่าจะได้เงินก้อนแล้ว ยังทำให้ไม่เบื่อ หรือล้มเลิกกลางทางได้ สามารถทำได้จนสำเร็จตามยอดเงินสดที่ตั้งไว้อีกด้วย
6. ตั้งหักบัญชีอัตโนมัติ
อีกหนึ่งวิธีเก็บเงินให้อยู่ที่มีประสิทธิภาพคือการตั้งค่าหักบัญชีอัตโนมัติเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีเงินออมทันทีที่เงินเดือนออก วิธีนี้ช่วยสร้างวินัยทางการเงินโดยที่เราไม่ต้องฝืนใจตัวเอง เพราะเงินจะถูกย้ายไปเก็บก่อนที่เราจะมีโอกาสนำไปใช้จ่าย เป็นการการันตีว่าเราจะมีเงินออมในทุก ๆ เดือนอย่างสม่ำเสมอ สามารถเริ่มต้นจากยอดน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้เร็วขึ้นโดยไม่รู้สึกกดดัน
7. ออมเศษเหรียญหรือธนบัตรใบเล็ก
อย่ามองข้ามพลังของเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ วิธีเก็บเงินด้วยการสะสมเศษเหรียญหรือธนบัตรใบละ 50 บาทที่ได้รับในแต่ละวัน เป็นการเริ่มต้นที่ง่ายและไม่กระทบค่าใช้จ่ายหลัก เมื่อถึงสิ้นเดือนหรือสิ้นปีเราอาจจะประหลาดใจกับจำนวนเงินที่เก็บได้จากความสม่ำเสมอนี้ ลองหากระปุกออมสินสวย ๆ มาตั้งไว้เป็นแรงบันดาลใจ การสร้างนิสัยการออมจากสิ่งเล็กน้อยนี่เองที่จะเป็นรากฐานสำคัญในการเก็บเงินก้อนใหญ่ในอนาคต
8. ใช้แอปออมเงินเป็นตัวช่วย
ในยุคดิจิทัลการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์คือวิธีเก็บเงินที่ดีมาก ๆ ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันช่วยออมเงินมากมายที่สามารถตั้งเป้าหมายการออม ติดตามความคืบหน้า และบางแอปยังมีฟีเจอร์สนุก ๆ เหมือนการเล่นเกม ทำให้การออมเงินไม่น่าเบื่ออีกต่อไป นอกจากนี้ ยังช่วยสรุปภาพรวมทางการเงินให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถปรับแผนการออมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ง่ายขึ้น
9. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
พื้นฐานสำคัญของวิธีเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ คือการควบคุมรายจ่ายให้ลดลง ลองทบทวนรายการใช้จ่ายในแต่ละเดือน แล้วตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น ค่าสมาชิกบริการสตรีมมิงที่ไม่ได้ใช้ การดื่มกาแฟแบรนด์ดังทุกวัน หรือการซื้อของตามกระแสนิยม นอกจากนี้ ควรทำ Shopping List เพื่อจดรายการสิ่งของที่ต้องการก่อนไปซื้อของทุกครั้ง จะได้ไม่เผลอซื้อของอย่างอื่นที่ไม่จำเป็นติดมือกลับมา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เมื่อทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เรามีเงินเหลือเก็บเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสามารถนำเงินส่วนนั้นไปสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ตัวเองได้
10. ลงทุนต่อยอด
เมื่อเราเริ่มมีเงินออมจำนวนหนึ่งแล้ว ขั้นต่อไปของวิธีเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ คือการนำเงินไปลงทุนเพื่อให้งอกเงย แทนที่จะปล่อยให้มูลค่าลดลงจากเงินเฟ้อ การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ก็อาจให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินเฉย ๆ เราอาจเริ่มต้นศึกษาการลงทุนในกองทุนรวม หุ้น หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงเหมาะสมกับตัวเอง ควบคู่ไปกับการหา Side Job หรืองานเสริมจากทักษะที่มีเพื่อเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ การลงทุนอย่างมีความรู้และการเพิ่มกระแสเงินสดจะช่วยเร่งสปีดให้เราไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้เร็วยิ่งขึ้น
และนอกจาก 10 วิธีเก็บเงินที่เรานำมาเสนอนี้ ยังมีอีกหนึ่งตัวช่วยในการวางแผนทางการเงินกับบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสตัวช่วยยามจำเป็นเพื่อให้คุณพร้อมรับมือกับเรื่องราวไม่คาดฝันในชีวิต เพราะบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสอนุมัติวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท วงเงินสูงสุด 5 เท่า ของรายได้* (*ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท) ไม่กดไม่ใช้ไม่เสียดอกเบี้ย ไม่มีค่าธรรมเนียมถือบัตรรายปี ช่วยให้ทุกการจัดการเรื่องเงินเป็นเรื่องง่าย คล่องตัว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่มากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส
16/07/2026