ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันอาจทำให้หลายคนกังวล โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อสูง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า เงินเฟ้อคืออะไร และเจาะลึกว่าเงินเฟ้อสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร พร้อมแนะแนวทางให้เราสามารถปรับตัวและวางแผนเพื่อความอยู่รอดในยุคที่ของแพงขึ้นสวนทางกับรายได้
เงินเฟ้อ คืออะไร
เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลง หรือที่เรียกว่าอำนาจซื้อลดลงนั่นเอง เปรียบเสมือนมูลค่าเงินในกระเป๋าของเราลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ แม้จะมีเงินเท่าเดิมก็ตาม ซึ่งภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและการวางแผนการเงินในระยะยาวของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สาเหตุของภาวะเงินเฟ้อ
การจะรับมือกับเงินเฟ้อได้ดีนั้น เราต้องเข้าใจถึงเงินเฟ้อสาเหตุหลัก ๆ ก่อน ซึ่งโดยทั่วไปเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยมีดังนี้
- การขาดแคลนแรงงาน เมื่อแรงงานในระบบมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเพิ่มค่าจ้างเพื่อดึงดูดแรงงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และผลักภาระมาที่ราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคต้องจ่าย
- ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น พลังงานอย่างน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นต้นทุนหลักในการผลิตสินค้าแทบทุกชนิด รวมถึงการขนส่ง เมื่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น จึงส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งสูงขึ้นตามไปด้วย
- นโยบายการเงินและการคลังของภาครัฐ การที่รัฐบาลอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจทำให้ปริมาณเงินในระบบมีมากเกินไป เมื่อเทียบกับปริมาณสินค้าและบริการที่มีอยู่ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านราคาและเกิดเงินเฟ้อตามมา
- ภาวะเศรษฐกิจโลกและวิกฤตระหว่างประเทศ ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ติดขัดจากวิกฤตการณ์ต่าง ๆ หรือสงคราม ทำให้การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าจากต่างประเทศมีราคาสูงขึ้น หรือขาดแคลน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในประเทศ
เงินเฟ้อส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง
เมื่อเงินเฟ้อเกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการใช้ชีวิตและสถานะทางการเงินของเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การวางแผนการเงินกลายเป็นเรื่องท้าทายมากขึ้น โดยผลกระทบหลัก ๆ ที่เราจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนมีดังต่อไปนี้
- ค่าครองชีพสูงขึ้น สินค้าและบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมีราคาแพงขึ้น ทำให้รายได้ที่เรามีอยู่ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายเหมือนเดิม ส่งผลให้ต้องลดการบริโภคหรือมีเงินเก็บน้อยลง
- เงินออมมีมูลค่าลดลง เงินที่เราเก็บออมไว้ในธนาคารจะมีอำนาจในการซื้อของลดลงตามกาลเวลา เช่น เงิน 1,000 บาทในวันนี้ อาจซื้อของได้ไม่เท่ากับเงิน 1,000 บาทในอดีต
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยมักจะใช้นโยบายขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่มีหนี้สินอยู่แล้ว โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถยนต์ มีภาระการผ่อนชำระต่อเดือนสูงขึ้น
- ผลตอบแทนการลงทุนลดลง การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ จะทำให้มูลค่าที่แท้จริงของเงินลงทุนลดลง
ภาวะเงินเฟ้อปัจจุบันของไทยเป็นอย่างไร
สำหรับสถานการณ์เงินเฟ้อในประเทศไทยปัจจุบัน แม้ว่าตัวเลขอาจไม่พุ่งสูงเท่าในอดีต แต่ผลกระทบที่ประชาชนสัมผัสได้จริงคือภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ส่งผลให้รายได้ที่ได้รับมาอาจไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในแต่ละเดือน นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อโลกยังส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ทำให้การส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศทำได้น้อยลง กระทบต่อรายได้โดยรวมของประเทศ
วิธีรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ
แม้ภาวะเงินเฟ้อจะเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก แต่เราสามารถปรับตัวและวางแผนเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและประคับประคองให้เราผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยดี ซึ่งมีหลายวิธีที่สามารถเริ่มต้นทำได้ทันที
จบพฤติกรรมเสี่ยงทางการเงิน
ไม่ว่าจะใช้จ่ายการเงินเกินตัว ฟุ่มเฟือย หาได้เท่าไหร่ เปย์หมดตัว โดยลืมวางแผนการเงิน ซึ่งหลายคนก็รู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร หากไม่วางแผนการเงิน เมื่อไม่รู้ว่าเราจ่ายไปกับอะไรบ้าง การจะลดรายจ่ายลงจึงไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มที่จุดใด พอรู้ตัวอาจสายเกินไปเพื่อเก็บเงินออมแล้วก็ได้ หากอยากจะแก้ตรงนี้ก็ต้องเริ่มวางแผนการเงินก่อน แล้วค่อยมองหาตัวช่วยการเงินเพิ่ม อย่าง สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด ฯลฯ มาคอยช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายนั่นเอง
เซฟค่าเดินทาง
ถึงแม้ว่าค่าเดินทางจะเป็น 15-30% ของเงินเดือนเลยก็ว่าได้ แต่บางครั้งก็จำเป็นที่ต้องประหยัด ซึ่งถึงแม้ว่าค่ารถโดยสารสาธารณะจะไม่ถูกและยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ แต่บางครั้งหากเลือกขับรถยนต์ส่วนตัวถึงจะสะดวกสบาย แต่หากเทียบกับค่าน้ำมัน ค่าประกัน ค่าต่อภาษี หรือค่าจิปาถะ การใช้รถโดยสารสาธารณะก็สามารถประหยัดได้ขึ้นเยอะ
รักษาสุขภาพ ประหยัดค่ารักษาพยาบาล
ออกกำลังกาย เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ คือ จุดเริ่มต้นที่ทุกคนก็ทำได้ แล้วเริ่มต้นออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพมากขึ้น เงินก้อนใหญ่สำหรับจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ใหญ่อีกต่อไป เพราะได้ออมเงินค่ารักษาพยาบาลไปกับการดูแลสุขภาพเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าหากเกิดเจ็บป่วยกะทันหัน ก็ยังสามารถพึ่งพิงตัวช่วยการเงินอย่าง สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรกดเงินสด ช่วยให้อยู่รอดกับยุคเงินเฟ้อได้
หาความรู้ ลงทุนเพิ่มรายได้
เมื่อเงินเฟ้อสิ่งที่ต้องทำและขาดไม่ได้ก็คือ เพิ่มรายรับ แม้ว่าค่าเงินจะต่ำลง ซื้อของได้เท่าเดิม แต่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น การเพิ่มรายได้ก็ช่วยประคับประคองสถานการณ์แบบนี้ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างสบายใจ เพราะการหาความรู้ การลงทุน ไม่ว่าจะเรื่องภาษา เทคโนโลยี ธุรกิจ ก็เป็นการลงทุนเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง สามารถเพิ่มเงินเดือน หรือไปเปิดกิจการ ขยายสาขา เพิ่มรายได้ ถึงแม้จะกังวลเรื่องต้นทุน ก็ยังมีเครื่องมือทางการเงินอย่าง สินเชื่อส่วนบุคคล มาช่วยต่อยอดความฝันของเราได้อีกเช่นกัน
ไม่ว่าจะหาทางเอาตัวรอดจากเงินเฟ้อ หนี้เพิ่มขึ้น หรือรายได้น้อยลงได้อย่างไร ก็จำเป็นต้องมีตัวช่วยทางการเงินเอาไว้คอยรองรับปัญหาที่อาจเข้ามาแบบไม่ตั้งตัว อาจจะเป็น สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรกดเงินสด ก็เลือกได้ตามความจำเป็น แต่ถ้าหากสนใจโปรโมชันบัตรกดเงินสดอย่างบัตรกดเงินสดยูเมะพลัส สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส ให้คุณสมัครบัตรได้ง่าย ๆ ผ่านทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยบริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) ช่วยลดระยะเวลาการสมัคร และได้รับการอนุมัติที่รวดเร็ว** เพราะไม่ต้องเดินทางไปสาขา เพิ่มเวลาหาความรู้เอาตัวรอดจากเงินเฟ้อได้
*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส
**อนุมัติภายในวันทำการ นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาสินเชื่อได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีข้อขัดข้องด้านเอกสารหรือระบบ
26/01/2026