ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ

ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด

โดยการกดยืนยัน ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไขข้างต้นทั้งหมดเป็นอย่างดีแล้ว


ข้าพเจ้าผู้มีชื่อปรากฏและลงลายมือชื่ออยู่ด้านหน้าในใบสมัคร/สัญญาสินเชื่อหมุนเวียนฉบับนี้ (“ผู้กู้”) ตกลงขอรับสินเชื่อหมุนเวียนจากบริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ในวงเงินตามที่บริษัทได้อนุมัติ และผู้กู้ตกลงยอมรับและผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1. บัตรกดเงินสด หมายถึง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหมายความรวมถึง เอกสาร วัตถุ ข้อมูล รหัส ตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เช่น แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ หรือสิ่งอื่นใดที่สามารถระบุตัวผู้เป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิใช้ที่บริษัทออกให้แก่ผู้กู้

2. ผู้กู้ตกลงกู้ยืมเงินจากบริษัทเป็นวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนตามที่บริษัทอนุมัติ โดยบริษัทจะแจ้งวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่บริษัทได้อนุมัติ และแจ้งให้ผู้กู้ทราบเป็นหนังสือ หรือในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือในรูปแบบอื่นใดตามที่บริษัทจะเห็นสมควร และบริษัทจะส่งมอบบัตรกดเงินสดและรหัสบัตรกดเงินสด หรือรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือในรูปแบบอื่นใดที่บริษัทจะจัดให้มีขึ้นในอนาคต พร้อมคู่มือแนะนำในการใช้บัตรกดเงินสดให้แก่ผู้กู้ และผู้กู้ต้องเก็บรักษารหัสไว้เป็นความลับ ผู้กู้ตกลงยินยอมให้ถือว่าในกรณีที่บริษัทจัดให้มีบริการการทำธุรกรรมใดๆ โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดอยู่เพียงการรับ เบิก ถอน โอนเงินกู้ผ่านระบบโทรศัพท์หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ หรือมีคำสั่งผ่านระบบอัตโนมัติ หรือเจ้าหน้าที่ของบริษัท หรือทำรายการด้วยวิธีการอื่นใดที่บริษัทจะจัดให้มีขึ้นในอนาคต หากผู้กู้ตกลงใช้บริการดังกล่าวให้ถือว่าผู้กู้ตกลงยินยอมผูกพันตนตามเงื่อนไขที่มีอยู่ในปัจจุบันและ/หรือที่กำหนดขึ้นในอนาคต สำหรับการให้บริการนั้นๆ ให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวมีผลผูกพันผู้กู้ทุกประการโดยไม่ต้องมีเอกสารหลักฐานใดๆ ให้ผู้กู้ลงนามอีก โดยผู้กู้จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและรายละเอียดที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ และที่บริษัทกำหนดทุกประการ

2.1 วงเงินสินเชื่อที่บริษัทอนุมัติตามข้อ 2 ผู้กู้ยอมรับว่าเป็นวงเงินสินเชื่อที่บริษัทมีสิทธิพิจารณาทบทวนปรับลดวงเงินสินเชื่อในภายหลังได้ โดยพิจารณาจากประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน ประวัติการชำระหนี้ของผู้กู้ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท โดยไม่ต้องแจ้งหรือชี้แจงเหตุผลให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าและผู้กู้ตกลงจะไม่เรียกร้องเงินหรือค่าเสียหายใดๆ จากบริษัท ทั้งนี้ การปรับลดวงเงินดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามรอบบัญชีหรือตามแต่ที่บริษัทเห็นสมควร ในกรณีที่บริษัทพิจารณาลดวงเงินสินเชื่อหรือไม่อนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้กู้ ผู้กู้จะไม่มีสิทธิเบิกถอนสินเชื่อส่วนดังกล่าวจากบริษัทอีก ทั้งนี้ ไม่กระทบกับสินเชื่อที่ผู้กู้ได้เบิกถอนไปแล้ว ซึ่งผู้กู้จะต้องชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยค้างชำระ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัทรวมทั้งหนี้ทุกชนิดทุกจำนวนที่ผู้กู้มีต่อบริษัท

2.2 ในกรณีที่บริษัทพิจารณาทบทวนจะทำการปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้กับผู้กู้ บริษัทจะขอความยินยอมจากผู้กู้ผ่านช่องทาง เช่น ใบแนะนำการชำระเงิน หรือ การส่งข้อความในรูปแบบ SMS หรือ ระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) หรือ การขอความยินยอมผ่านช่องทางอื่น ทั้งนี้ หากบริษัทได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้กู้ทราบถึงวงเงินอนุมัติเพิ่มขึ้นและผู้กู้ได้เบิกถอนเงินกู้หรือทำรายการโดยการใช้บัตรกดเงินสดที่ได้รับมอบจากบริษัท ให้ถือว่าผู้กู้ได้ตกลงยินยอมกู้เงินจากบริษัทโดยไม่จำเป็นต้องมีการลงนามในเอกสารใดๆ อีก และให้ถือว่าเอกสารหรือหลักฐานการทำรายการเบิกถอนเงินกู้เป็นหลักฐานการกู้ และให้ถือว่าผู้กู้ได้รับเงินกู้ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว และให้ถือว่าหลักฐานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ด้วย

2.3 ในกรณีที่บริษัทพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทสินเชื่อแบบใดๆ ก็ตาม เมื่อบริษัทร้องขอ ผู้กู้จะต้องดำเนินการจัดส่งเอกสารหลักฐานรวมทั้งลงลายมือชื่อในเอกสารต่างๆ ตามที่บริษัทกำหนดให้เสร็จสิ้นเสียก่อนที่บริษัทจะดำเนินการอนุมัติเปลี่ยนแปลงให้แก่ผู้กู้ และให้ถือว่าหลักฐานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ด้วย
   อนึ่ง วงเงินสินเชื่อที่ผู้กู้สามารถใช้กดเงินสดได้นั้น จะปรากฏตามวงเงินสินเชื่อที่ผู้กู้ได้รับจากบริษัทไม่ว่าขณะใดขณะหนึ่งและปรากฏอยู่บน “ใบแนะนำการชำระเงิน” ที่บริษัทจัดส่งให้แก่ผู้กู้ทุกเดือน

3. ผู้กู้ตกลงว่าจะชำระเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และเงินจำนวนใดที่ต้องชำระภายใต้สัญญาฉบับนี้คืนให้แก่บริษัทตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาฉบับนี้ หรือเอกสารแนะนำการใช้บัตรกดเงินสด หรือใบแนะนำการชำระเงิน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ โดยการผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือนไม่น้อยกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำที่ระบุไว้ในเอกสารดังกล่าว (ซึ่งต่อไปเรียกว่า “ค่างวด”) ภายในระยะเวลาที่กำหนด ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

3.1 ชำระเป็นเงินสดให้แก่บริษัท ณ สำนักงานตัวแทนของบริษัท หรือสถานที่รับชำระเงินที่บริษัทจัดให้บริการทั่วประเทศ ก่อนหรือภายในวันถึงกำหนดชำระรายงวด โดยจะต้องชำระภายในระยะเวลาทำการของวันทำงานปกติของบริษัท หรือตัวแทนของบริษัท หรือ

3.2 ชำระโดยวิธีการหักบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่ได้ตกลงและให้ความยินยอมไว้กับบริษัทและธนาคาร ในกรณีผู้กู้ตกลงและให้ความยินยอมชำระหนี้ก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้ในสัญญานี้โดยวิธีการหักเงินในบัญชีตามรอบบัญชีเงินเดือนของผู้กู้หรือตามวันที่ผู้กู้ได้รับเงินเดือนก็ให้เป็นไปตามนั้น โดยหากบริษัทไม่สามารถหักเงินในบัญชีของผู้กู้ได้เนื่องจากตรงกับวันเสาร์/อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้กู้ตกลงและยินยอมให้บริษัทหักเงินในบัญชีของผู้กู้ได้ในวันทำการก่อนวันเสาร์/วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือในวันทำการถัดไป ทั้งนี้ ผู้กู้ต้องเสียค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการชำระเงินข้อ 3.1 หรือข้อ 3.2 รายละเอียดปรากฏในตารางข้อ 10 ของสัญญานี้หรือในอัตราซึ่งบริษัทจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป และผู้กู้ตกลงให้บริษัทนำเงินที่ได้รับชำระจากผู้กู้ไปหักชำระหนี้ดังต่อไปนี้ตามลำดับ (ก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ข) ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ ที่ถึงกำหนดชำระและค้างชำระ (ค) ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ถึงกำหนดชำระและค้างชำระ (ง) ดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระและค้างชำระอยู่ (จ) เงินต้นที่ถึงกำหนดชำระและค้างชำระ และ (ฉ) เงินต้นคงค้างที่ยังไม่ถึงกำหนด ทั้งนี้ ลำดับการชำระหนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า หรือให้ความยินยอมแต่อย่างใด เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

3.3 ในกรณีบัญชีเงินฝากหรือวันที่ผู้กู้ได้รับเงินเดือนตามข้อ 3.2 ได้เปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าโดยเหตุใดก็ตาม ผู้กู้ตกลงและยินยอมให้บริษัทเปลี่ยนแปลงการหักเงินบัญชีเงินฝากหรือวันที่ผู้กู้ได้รับเงินเดือนตามที่ผู้กู้ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ ทุกประการ

3.4 หากปรากฏในภายหลังว่า รอบบัญชีเงินเดือนของผู้กู้หรือตามวันที่ผู้กู้ได้รับเงินเดือนตามข้อ 3.3 เป็นวันหลังครบกำหนดชำระหนี้ในสัญญานี้ ผู้กู้ตกลงและยินยอมให้บริษัทหักเงินในบัญชีในวันครบกำหนดชำระหนี้ในสัญญานี้หรือรอบบัญชีเงินเดือนของผู้กู้เดิมหรือตามวันที่ผู้กู้ได้รับเงินเดือนเดิมหรือตกลงจะชำระด้วยเงินสดผ่านช่องทางการรับชำระเงินตามที่บริษัทกำหนด

4. ผู้กู้สามารถใช้บัตรกดเงินสดซึ่งได้ออกโดยบริษัทไปทำการรับ เบิก ถอนหรือโอนเงินตามสถานที่ที่บริษัทกำหนดหรือเปิดบริการได้ หรือการกรอกรายละเอียดข้อมูลของผู้กู้ลงในเอกสารตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งผู้กู้ตกลงยินยอมชำระเงินค่าธรรมเนียมของการใช้บริการตามอัตราที่บริษัทได้กำหนดไว้จนครบถ้วน

5. ผู้กู้รับทราบและตกลงยินยอมว่า การอนุมัติประเภทสินเชื่อใดๆ เป็นสิทธิของบริษัทแต่เพียงผู้เดียวในการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อโดยไม่จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผลหรือคืนเอกสารประกอบการสมัครใดๆ ให้แก่ผู้กู้ทั้งสิ้น

6. ผู้กู้ยอมรับว่าบัตรกดเงินสดเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท และบริษัทมีสิทธิยกเลิกการใช้ ยึด เรียกคืน และ/หรือพักการใช้บัตรกดเงินสดชั่วคราวได้ โดยผู้กู้ไม่สามารถมอบหรือโอนบัตรกดเงินสดไปให้บุคคลอื่นได้ รวมทั้งต้องเก็บรักษารหัสประจำตัวให้เป็นความลับอยู่เสมอ และหากมีความเสียหายอันเกิดจากการที่ผู้กู้ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ ผู้กู้ต้องรับผิดชอบในความเสียหายดังกล่าว

6.1 ในกรณีบัตรกดเงินสดสูญหายผู้กู้จะต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยวาจาผ่านทางลูกค้าสัมพันธ์ หรือระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) เพื่อทำการระงับการใช้บัตรกดเงินสดและยกเลิกรหัสประจำบัตรกดเงินสดโดยบริษัทจะดำเนินการระงับการให้บริการบัตรดังกล่าวภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 นาที นับแต่ที่บริษัทได้รับแจ้งและผู้กู้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อภาระหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังครบระยะเวลาดังกล่าว เว้นแต่บริษัทตรวจสอบและพิสูจน์ได้ว่าภาระหนี้ดังกล่าวเกิดจากการกระทำของผู้กู้หรือผู้กู้มีส่วนรู้เห็น

7. บริษัทจะจัดส่งใบแจ้งหนี้หรือใบแจ้งยอดบัญชีแสดงรายการและยอดหนี้ที่ผู้กู้ต้องชำระคืนให้แก่บริษัทในแต่ละเดือนก่อนวันครบกำหนดชำระล่วงหน้า หากผู้กู้พบว่ามีรายการใดไม่ถูกต้องผู้กู้ต้องมีหนังสือแจ้งข้อผิดพลาดมายังบริษัทภายใน 10 วันทำการ นับแต่วันที่ผู้กู้ได้รับใบแจ้งยอดบัญชี หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวผู้กู้ตกลงให้ถือว่ายอดหนี้ที่ปรากฏในแต่ละเดือนนั้นถูกต้องมีผลผูกพันผู้กู้ที่จะต้องชำระคืนให้แก่บริษัทต่อไป ผู้กู้จะยกเหตุที่ไม่ได้รับใบแจ้งหนี้หรือใบแจ้งยอดบัญชีเป็นเหตุไม่ชำระหนี้มิได้ หากผู้กู้ไม่ได้รับใบแจ้งยอดหนี้หรือใบแจ้งยอดบัญชีในงวดการชำระใด ผู้กู้ต้องติดต่อสอบถามยอดจากบริษัทหรือจากระบบอื่นใดที่บริษัทกำหนดหรือให้บริการเพื่อชำระยอดตามหนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับบริษัทตรงตามกำหนด ทั้งนี้ ผู้กู้มีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงการขอรับใบแจ้งหนี้หรือใบแจ้งยอดบัญชีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์กับบริษัทได้ โดยผู้กู้ต้องแจ้งความประสงค์ขอรับใบแจ้งหนี้หรือใบแจ้งยอดบัญชีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้กับบริษัททราบล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน

8. กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา

8.1 ผู้กู้ไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องครบถ้วนหรือผิดนัดชำระหนี้งวดใดๆ หรือผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ หรือ

8.2 ผู้กู้มอบเอกสารหรือหลักฐานใดๆให้ไว้แก่บริษัท มีข้อความอันเป็นเท็จหรือเป็นเอกสารปลอม หรือแสดงพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตต่อบริษัท หรือไม่มีผลบังคับตามกฎหมายไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งที่มีอยู่ในขณะนี้ หรือที่จะมีต่อไปในภายหน้า หรือ

8.3 เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้กู้ไม่อาจชำระหนี้ใดๆ ที่มีอยู่กับบริษัทให้เสร็จสิ้นได้เช่น ผู้กู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือ ถูกฟ้องล้มละลาย หรือ

8.4 เมื่อผู้กู้ถูกบังคับคดี ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ หรือยอมให้ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ตามกฎหมายหรือคำพิพากษา หรือ

8.5 ผู้กู้ตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือตกเป็นบุคคลว่างงาน เป็นต้น ในกรณีที่มีเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด หากเป็นกรณีที่ผู้กู้สามารถแก้ไขได้ บริษัทจะส่งหนังสือบอกกล่าวให้ผู้กู้แก้ไขเหตุดังกล่าวให้เสร็จสิ้นไม่น้อยกว่า 30 วัน นับแต่วันที่ผู้กู้ได้รับหนังสือบอกกล่าวหรือถือว่าได้รับหนังสือบอกกล่าวหากผู้กู้ไม่แก้ไขเหตุผิดสัญญาให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาตามหนังสือบอกกล่าว บริษัทมีสิทธิเลิกสัญญาได้ ทั้งนี้ ผู้กู้ที่มีอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์ บริษัทมีสิทธิระงับวงเงินสินเชื่อก็ได้

9. บริษัทจะส่งคำบอกกล่าวตามกฎหมายหรือตามสัญญากำหนดให้ส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือโดยการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้แก่ผู้กู้ เว้นแต่กรณีผู้กู้มีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ผู้กู้ต้องแจ้งเป็นหนังสือหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ให้บริษัททราบ

9.1 กรณีการแจ้ง การติดต่อ หรือบอกกล่าวทั่วไป แจ้งข่าวสาร การติดตามทวงถามหนี้ การเสนอผลิตภัณฑ์ การเสนอบริการ ข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นใดตามสัญญานี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ของบริษัทจะส่งไปยังผู้กู้ไม่ว่าจะโดยบุคคลนำส่ง ทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความสั้น (SMS) หรือวิธีการติดต่อสื่อสารอื่นใด

โดยการจัดส่งข้างต้นจะส่งไปตามที่อยู่ ข้อมูลสถานที่ติดต่อที่ผู้กู้ให้ไว้ในสัญญาหรือที่อยู่ที่ผู้กู้ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงครั้งหลังสุดให้ถือว่าบริษัทได้แจ้ง บอกกล่าว และ/หรือจัดส่งเอกสารดังกล่าวนั้นโดยชอบแล้ว และให้ถือว่าผู้กู้ได้รับแจ้งคำบอกกล่าว และ/หรือเอกสารนั้นไว้โดยชอบแล้วด้วยเช่นกัน ส่วนบรรดาคำบอกกล่าวหรือการติดต่อของผู้กู้ที่จะมีไปยังบริษัทจะต้องทำเป็นหนังสือส่งไปยังสำนักงานของบริษัทตามที่ระบุไว้ด้านหน้าของสัญญานี้

10. ผู้กู้ตกลงยินยอมชำระอัตราดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ให้แก่บริษัท

1. ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ
  ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมใดๆ (อัตราต่ำสุดถึงอัตราสูงสุด)
  ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมใดๆ (อัตราต่ำสุดถึงอัตราสูงสุด)


19.8% ถึง 25% ต่อปี (สินเชื่อหมุนเวียน)
16.44% ถึง 25% ต่อปี (สินเชื่อผ่อนชำระ)

2. ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้แก่หน่วยงานราชการ : ค่าอากรแสตมป์ 1 บาท ทุกๆ เงินกู้ 2,000 บาท หรือเศษของเงินกู้ 2,000 บาท

3.ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้แก่หน่วยงานภายนอกหรือบุคคลอื่น :

3.1 ค่าใช้จ่ายในการชำระเงิน

ชำระที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร

10-30 บาท/ครั้ง

ชำระผ่านเครื่อง ATM

10-30 บาท/ครั้ง

ชำระที่จุดบริการรับชำระ

10-30 บาท/ครั้ง

ชำระผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

10-30 บาท/ครั้ง

ชำระโดยหักผ่านบัญชีธนาคาร

5-10 บาท/ครั้ง

ชำระผ่านโมบาย แอปพลิเคชัน

5-15 บาท/ครั้ง

3.2 ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบข้อมูลเครดิต

ไม่เกิน 12 บาท/ครั้ง (ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบข้อมูลเครดิต)

3.3 ค่าใช้จ่ายกรณีเงินในบัญชีไม่พอจ่ายสูงสุด

2.5-10 บาท/ครั้ง (กรณีชำระหนี้โดยการหักบัญชีสถาบันการเงินอื่น)

3.4 ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระ (เฉพาะกรณีที่มียอดค้างชำระเกินกว่า 1,000 บาท)

กรณีค้างชำระ 1 งวด

50 บาท/รอบการทวงถามหนี้

กรณีค้างชำระมากกว่า 1 งวด

100 บาท/รอบการทวงถามหนี้

3.5 ค่าใช้จ่ายในการถอนเงินจากตู้ ATM ธ.กสิกรไทย/ธ.กรุงไทย/ธ.กรุงเทพ/ธ.ออมสิน/ธ.กรุงศรีอยุธยา/ธ.ไทยพาณิชย์

13 บาท/ครั้ง

3.6 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ e-KYC (ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล)

ค่าธรรมเนียมพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่าน NDID Platform

สูงสุดไม่เกิน 100 บาท/ครั้ง

ค่าธรรมเนียมทำรายการแสตมป์ผ่าน NDID Platform

สูงสุดไม่เกิน 21 บาท/รายการ

4. ค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการดำเนินงานของบริษัท

4.1 ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระ (เฉพาะกรณีที่มียอดค้างชำระเกินกว่า 1,000 บาท)

กรณีค้างชำระ 1 งวด

50 บาท/รอบการทวงถามหนี้

กรณีค้างชำระมากกว่า 1 งวด

100 บาท/รอบการทวงถามหนี้

4.2 ค่าออกบัตรใหม่กรณีหาย/ชำรุด (กรณีใช้บัตรในการเบิกถอน)

100 บาท/ครั้ง

4.3 ค่าขอรหัสประจำตัวบัตรใหม่ทดแทนรหัสเดิม (กรณีใช้บัตรในการเบิกถอน)

- บาท/ครั้ง

4.4 ค่าขอตรวจสอบรายการ

100 บาท/ครั้ง

10.1 ผู้กู้ยินยอมชำระค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความ ที่บริษัทต้องเสียไปจากการดำเนินคดีต่อผู้กู้ในทุกกรณี

11. กรณีผู้กู้เปลี่ยนแปลงที่อยู่ เบอร์ติดต่อ สถานที่ส่งเอกสาร สถานที่ทำงาน หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ปรากฏในใบสมัครสินเชื่อหรือสัญญาฉบับนี้ หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้กู้ตามที่ได้ระบุในใบสมัครหรือสัญญาฉบับนี้ ผู้กู้ต้องแจ้งให้บริษัททราบนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง และให้ถือว่าการแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นสาระสำคัญของสัญญานี้ ทั้งนี้ หากผู้กู้ไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือบริษัทไม่สามารถติดต่อผู้กู้ได้ โดยบริษัทได้พยายามติดต่อตามสมควรแล้ว ผู้กู้ตกลงยินยอมให้บริษัทสืบค้นข้อมูลการเปลี่ยนแปลง ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ พร้อมทั้งตกลงให้บริษัทจัดส่งเอกสารให้กับผู้กู้ตามภูมิลำเนาของผู้กู้

12. ผู้กู้ตกลงยินยอมให้บริษัทนำส่งข้อมูลเครดิตของผู้กู้ อันได้แก่ ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลสินเชื่อ คำขออนุมัติ และเอกสารประกอบอื่นๆ รวมทั้งประวัติการชำระหนี้ การผิดนัด และธุรกรรมอื่นใดอันเกี่ยวกับเงินกู้ตามคำขอนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้และ/หรือที่จะมีต่อไปภายหน้าให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตและ/หรือผู้ใช้บริการของบริษัทข้อมูลเครดิต และในการแจ้งให้ผู้กู้ทราบ และในการนำส่งข้อมูลครั้งใด รวมทั้งการนำส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปยังบริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทจะแจ้งให้ผู้กู้ทราบไม่น้อยกว่าปีละหนึ่งครั้งโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังนี้

(ก) โดยไปรษณีย์ซึ่งได้ส่งไปตามที่อยู่ หรือสถานที่ติดต่อของผู้กู้ตามคำขอนี้ หรือที่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือให้บริษัททราบหรือ

(ข) โดยการแจ้งเป็นหนังสือไปพร้อมกับหรือเป็นส่วนหนึ่งในใบแจ้งหนี้ซึ่งได้ส่งไปตามที่อยู่หรือสถานที่ติดต่อของผู้กู้ตามคำขอนี้

(ค) โดยวิธีการอื่นใดที่ผู้กู้ได้รับทราบด้วยการลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ

(ง) โดยจัดส่งเป็นรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือโดยวิธีการอื่นใดที่ผู้กู้และบริษัทได้รับทราบและตกลงกัน

13. กรณีบริษัทจะดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ อาทิ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ของสัญญาฉบับนี้ตามความเหมาะสมและให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ โดยบริษัทจะแจ้งให้ผู้กู้ทราบโดยการประกาศที่สาขา หรือ Website ของบริษัทหรือหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทย หรือทางไปรษณีย์ ยกเว้นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยใด ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงใดทำให้ผู้กู้เสียประโยชน์ บริษัทจะแจ้งโดยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และให้ถือว่าผู้กู้ได้รับแจ้งตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน บริษัทจะแจ้งทางจดหมายหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และในกรณีที่บริษัทแจ้งโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์นั้น บริษัทจะแจ้งเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่งไปยังผู้กู้ ทั้งนี้ หากผู้กู้มีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ผู้กู้ต้องแจ้งเป็นหนังสือหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ให้บริษัททราบ

14. ผู้กู้ตกลงว่าการที่บริษัทยอมผ่อนผันแก่ผู้กู้ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาหรือผ่อนเวลาให้แก่ผู้กู้ ไม่ถือว่าเป็นการสละสิทธิ หรืออำนาจอย่างใดๆ ของบริษัทภายใต้สัญญานี้

15. บริษัทมีสิทธิในการโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก โดยส่งคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดของการชำระเงินค่างวดหรือสามสิบวันก่อนการโอนสิทธิดังกล่าวมีผลบังคับ

16. ในกรณีที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้หรือผิดสัญญา บริษัทขอสงวนสิทธิในการจัดส่งข้อมูลภาระหนี้ของผู้กู้ให้แก่บริษัทติดตามทวงถามหนี้ที่เป็นคู่สัญญากับบริษัท เพื่อทำการติดตามทวงถามหนี้จากผู้กู้แทนบริษัทได้

17. ผู้กู้ตกลงและยินยอมให้บริษัทใช้โปรแกรมสำหรับอ่านบัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้เพื่อเป็นการยืนยันตัวบุคคลและตรวจสอบความถูกต้อง รวมทั้งยินยอมให้ทำการบันทึกข้อมูลจากบัตรดังกล่าวด้วย

18. ในกรณีที่บริษัทมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ไว้ หากบริษัทจะนำข้อมูลนั้นไปเปิดเผยให้บุคคลที่สาม บริษัทจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ก่อนเป็นกรณีรายครั้งไป โดยผู้กู้มีสิทธิจะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ และหากให้ความยินยอมไปแล้วผู้กู้มีสิทธิถอนความยินยอมดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

19. หากข้อสัญญาข้อใดข้อหนึ่งภายใต้สัญญาฉบับนี้ไม่สมบูรณ์ตกเป็นโมฆะ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือไม่อาจบังคับได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ถือว่าข้อสัญญาหรือข้อกำหนดที่ไม่เป็นโมฆะนั้นแยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะได้โดยยังคงมีผลใช้บังคับกับผู้กู้และบริษัทตามกฎหมายต่อไปจนกว่าผู้กู้จะได้ชำระหนี้ให้แก่บริษัทจนครบถ้วนข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้สินเชื่อฉบับนี้

 ผู้กู้ได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้โดยตลอดแล้ว เห็นว่า ถูกต้องตรงตามเจตนาและความประสงค์ของผู้กู้ทุกประการและผู้กู้ได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญานี้เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญให้แก่บริษัท

1. ข้อตกลงและเงื่อนไขนี้ (“ข้อตกลง”) ถือเป็นสัญญาให้บริการที่ใช้บังคับกับการใช้บริการและการเข้าร่วมของลูกค้าในบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลและการทำธุรกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการ ("ผู้ให้บริการ") (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "บริการพิสูจน์และ ยืนยันตัวตนทางดิจิทัล" หรือ “NDIDServices”) โดยที่การให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้ให้บริการนี้จะดำเนินการผ่าน ระบบการพิสูจน์และ ยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (“Digital ID Platform”) ที่บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัล ไอดี จำกัด ("NDID") เป็นผู้จัดให้ มีขึ้น โดยมีนโยบายและเงื่อนไขการใช้ บริการระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เป็นไปตามที่ NDID กำหนด ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถศึกษา รายละเอียดเพิ่มเติมที่ได้ website: [https://www.ndid.co.th/termandcon.html]

ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า การยอมรับข้อตกลงนี้ให้ถือว่าลูกค้าได้อ่าน เข้าใจ และตกลงที่จะผูกพันตาม หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด ในข้อตกลงนี้ รวมถึงนโยบายและเงื่อนไขการใช้บริการระบบการพิสูจน์และ ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของ NDID ทั้งนี้ หากลูกค้าไม่ยอมรับ ข้อตกลงดังกล่าวนี้ โปรดอย่าเข้าถึง หรือใช้ บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

2. ลูกค้ารับทราบว่าก่อนที่ลูกค้าจะสามารถใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลได้ ลูกค้าจะต้องลง ทะเบียนเพื่อพิสูจน์ตัวตนกับผู้ให้ บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลรายอื่น ("Identity Provider" หรือ "IdP") ซึ่งเป็นบุคคลที่ลูกค้าได้ทำความตกลงที่มีผลทาง กฎหมายโดยมีข้อกำหนดในลักษณะเดียวกัน กับข้อตกลงนี้

3. เมื่อลูกค้าขอรับบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลจากผู้ให้บริการแล้ว ลูกค้าตกลงต่อผู้ให้บริการ ดังต่อไปนี้ (1) ผู้ให้บริการมีสิทธิใช้ผลการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของลูกค้าที่ Identity Provider อื่น ได้ดำเนิน การผ่าน Digital ID Platform (2) ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะรวบรวม ได้รับ ใช้ ประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจากผู้ให้ข้อมูล ที่น่าเชื่อถือที่เกี่ยวข้อง (authoritative source) (3) เมื่อ Identity Provider ดำเนินการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเสร็จสิ้น และผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (authoritative source) ได้รับอนุญาตในการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าตกลงว่าจะดำเนินการ ผ่านผู้ให้บริการเพื่ออนุญาตให้ผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (authoritative source) ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ให้กับผู้ให้บริการ ตามรายละเอียดที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการ (Privacy Policy/Notice) ทั้งนี้ ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า หากลูกค้าปฏิเสธที่จะดำเนินการดังกล่าวและทำให้ผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (authoritative source) ไม่สามารถส่งข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้กับผู้ให้บริการได้ ลูกค้าจะไม่สามารถ ทำธุรกรรมต่อไปได้ และผู้ให้ บริการอาจไม่สามารถที่จะมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการตามที่ลูกค้าต้องการได้ (4) ผู้ให้บริการอาจอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอของลูกค้าในการสมัครเข้าใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทาง ดิจิทัลของผู้ให้บริการก็ได้ หาก Identity Provider ไม่สามารถพิสูจน์และยืนยันตัวตน หรือผู้ให้ข้อมูลที่ น่าเชื่อถือ (authoritative source) ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล หรือไม่สามารถส่งข้อมูลส่วนบุคคลของ ลูกค้าตามเงื่อนไข (requirement) ที่กำหนด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม (5) คำขอสมัครใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้ให้บริการจะมีผลสมบูรณ์เมื่อ Identity Provider ได้พิสูจน์และยืนยันตัวตน และผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (authoritative source) ได้รับอนุญาตให้เข้าถึง ข้อมูลและได้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่ผู้ให้บริการแล้ว

4. ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า NDID เป็นเพียงผู้ให้บริการระบบ Digital ID Platform ซึ่งเป็นระบบงานสำหรับ การส่งต่อข้อมูลและ/หรือจัดเก็บบันทึก Logs ข้อมูลระหว่างสมาชิกของ NDID ตามข้อตกลงและเงื่อนไขของ NDID เท่านั้น โดย NDID จะไม่สามารถเข้าถึงและ/หรือแทรกแซงเนื้อหาของข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนในระหว่าง สมาชิกด้วยกันได้ อนึ่ง ลูกค้ารับทราบและตกลงว่าสมาชิกของ NDID ที่เป็น ส่วนหนึ่งของระบบ Digital ID Platform อาจมีการส่งต่อและ/หรือจัดเก็บบันทึก Logs ตามวรรคหนึ่งได้ ทั้งนี้ ข้อมูล Logs ดังกล่าวอาจ ประกอบไปด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการต่าง ๆ บนระบบ Digital ID Platform แต่จะเป็นข้อมูลที่ ไม่สามารถระบุถึงบุคคลที่เป็น เจ้าของข้อมูลได้

5. ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า ความสัมพันธ์ในทางสัญญา (ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องและความรับผิด) ระหว่าง ผู้ให้บริการกับลูกค้าที่เกี่ยวข้อง กับผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ให้บริการนั้นถือว่าเป็นความผูกพัน ระหว่างผู้ให้ บริการกับลูกค้าเท่านั้น โดยผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยตรงต่อลูกค้าสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการใด ก็ตามที่มีการนำเสนอ ให้บริการ หรือขายบริการแก่ลูกค้า โดยที่ NDID จะไม่รับผิดชอบ ต่อผลิตภัณฑ์และ บริการของผู้ให้บริการ นอกจากนี้ ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า NDID ตลอดจนบรรดากรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงานหรือ ตัวแทนของ NDID จะไม่รับผิดต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเสียหาย โดยตรง ค่าเสียหายโดยอ้อม ค่าเสียหายอัน เป็นผลสืบเนื่อง ค่าเสียหายเชิงห้ามปราม ค่าเสียหายเชิงลงโทษ หรือค่าเสียหายอื่นใด ซึ่งรวมถึงการสูญเสียผลกำไรและ การสูญเสียค่า ความนิยม (goodwill) ซึ่งเกิดขึ้นกับ ลูกค้าและ/หรือบุคคลอื่นใด อันเป็นผลมาจากหรือเกิดจากการให้บริการของ NDID

6. ลูกค้าตกลงที่จะผูกพันตามบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล และ/หรือธุรกรรมใด ๆ ที่ได้ดำเนินการ หรือ เข้าทำผ่าน Digital ID Platform

7. ลูกค้ารับรองว่า ข้อมูลและเอกสารทั้งหมด (รวมทั้งสำเนาของข้อมูลและเอกสารดังกล่าว) ที่มอบให้แก่ผู้ให้ บริการ (ถ้ามี) เพื่อเป็นการพิสูจน์ และยืนยันตัวตน และ/หรือการอนุญาต (authorization) นั้น เป็นจริง ถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และรับรองว่า ลูกค้ามีความสามารถในการใช้บริการพิสูจน์และ ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลได้ ซึ่งรวมถึงมีความสามารถในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าบางส่วน หรือ ทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลด้วย

8. ลูกค้าตกลงว่าจะมอบข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ ก็ตามให้แก่ผู้ให้บริการเมื่อได้รับการร้องขอ และ/หรือจะปรับปรุง ข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบัน พร้อมแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น

9. ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า ผู้ให้บริการอาจเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลที่ลูกค้ามอบให้แก่ผู้ให้บริการซึ่งรวมถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เช่น ข้อมูลชีวภาพ (ยกตัวอย่างเช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ, การจดจำใบหน้า) เพื่อดำเนิน การตามสัญญาระหว่างผู้ให้บริการกับลูกค้า และ/หรือ ดำเนินการใด ๆ ภายใต้วัตถุประสงค์ที่มีอยู่ในสัญญา ดังกล่าว

นอกจากนี้ ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งลูกค้าได้เข้าไปเป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการ อาจเปิดเผยข้อมูลของลูกค้า ตามวรรคหนึ่งแก่ผู้ให้บริการรายอื่น NDID สมาชิกรายอื่นใดของ NDID และ/หรือบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการรับรอง ความถูกต้องของข้อมูล การบริการพิสูจน์และ ยืนยันตัวตนทางดิจิทัล การอนุญาต (authorization) และการทำธุรกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง

ข้าพเจ้ายินยอมให้บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิต นำข้อมูลของข้าพเจ้าที่ได้รับจากบริษัทข้อมูลเครดิตเฉพาะส่วนที่ไม่สามารถระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่สามารถระบุว่าเป็นข้าพเจ้าได้ ไปใช้เป็นปัจจัยหนึ่งในการจัดทำแบบจำลองด้านเครดิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตกำหนดเท่านั้น และให้คู่ฉบับและบรรดาสำเนา ภาพถ่าย ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือโทรสาร ที่ได้ทำซ้ำขึ้นจากหนังสือให้ความยินยอมฉบับนี้ โดยการถ่ายสำเนา ถ่ายภาพ หรือบันทึกไว้ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ ให้ถือเป็นหลักฐานในการให้ความยินยอมของข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ข้าพเจ้าทราบว่าเจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ และเมื่อให้ความยินยอมแล้ว เจ้าของข้อมูลจะแจ้งความประสงค์ไม่ให้ความยินยอมอีกต่อไปได้