การมีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน แต่ยังขาดวิธีการที่เป็นรูปธรรม อาจทำให้หลายคนรู้สึกท้อแท้และเก็บเงินไม่สำเร็จเสียที บทความนี้จึงอยากจะชวนทุกคนมาเริ่มต้นสร้างวินัยทางการเงินด้วยวิธีง่าย ๆ ผ่านตารางออมเงินที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การออมเป็นเรื่องสนุก ไม่กดดัน และมองเห็นภาพความสำเร็จได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูกันว่าเครื่องมือนี้จะช่วยให้เราพิชิตเป้าหมายที่วาดฝันไว้ได้อย่างไร
ตารางออมเงิน คืออะไร
ตารางออมเงิน คือ เครื่องมือที่ช่วยวางแผนการออมเงินอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดจำนวนเงินที่ต้องเก็บในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์อย่างชัดเจน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในระยะเวลาที่กำหนด เปรียบเสมือนแผนที่นำทางที่ช่วยให้เรามีวินัย ไม่หลงลืมเป้าหมาย และเห็นความคืบหน้าของการออมได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้การเก็บเงินเป็นเรื่องง่ายและไม่น่าเบื่ออีกต่อไป นับเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนเก็บเงินไม่เก่ง
ข้อดีของการใช้ตารางออมเงิน
การใช้ตารางเก็บเงินเป็นตัวช่วยมีข้อดีมากกว่าที่คิด เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้เรามีเงินเก็บตามเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีในระยะยาวอีกด้วย ซึ่งข้อดีหลัก ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนมุมมองการออมเงินของเราให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น มีดังนี้
- สร้างวินัยทางการเงิน การมีตารางที่ชัดเจนช่วยให้เรามีวินัยในการเก็บเงินอย่างสม่ำเสมอ เมื่อทำติดต่อกันจนเป็นนิสัย การออมเงินจะกลายเป็นเรื่องอัตโนมัติ
- เห็นเป้าหมายชัดเจน ตารางจะแสดงให้เห็นว่าเราเข้าใกล้เป้าหมายไปมากแค่ไหนในแต่ละวัน เป็นการสร้างกำลังใจและแรงผลักดันให้ทำต่อไปจนสำเร็จ
- ลดความกดดันในการออม เราสามารถเลือกตารางออมเงินที่เหมาะสมกับรายรับและเป้าหมายของตัวเอง ทำให้การออมไม่สร้างความลำบากและไม่เครียดจนเกินไป
- ติดตามความคืบหน้าได้ง่าย เพียงแค่ขีดฆ่าหรือทำเครื่องหมายในช่องที่ออมสำเร็จ เราก็จะเห็นภาพรวมการออมของตัวเองได้อย่างชัดเจน ช่วยให้วางแผนขั้นต่อไปได้ง่ายขึ้น
ใช้ตารางออมเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
การใช้ตารางออมเงินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต้องเริ่มต้นจากความสม่ำเสมอและวินัย เราควรหักเงินออมทันทีที่ได้รับรายได้ก่อนนำไปใช้จ่าย (Pay Yourself First) เพื่อป้องกันการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ควรวางตารางออมเงินไว้ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจน เช่น โต๊ะทำงาน หรือหน้าตู้เย็น เพื่อย้ำเตือนเป้าหมายทุกวัน หากวันไหนมีรายได้พิเศษก็สามารถโปะเพิ่มในช่องที่ยอดสูงขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเร็วขึ้น สิ่งสำคัญคืออย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ให้ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพคล่องทางการเงินของเราอย่างเหมาะสม
ตารางออมเงินตามระยะเวลา
การออมเงินตามระยะเวลาเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะช่วยให้เรากำหนดกรอบเวลาในการเก็บเงินได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงในอนาคต เช่น เก็บเงินซื้อของขวัญ จ่ายค่าเทอม หรือเตรียมตัวไปเที่ยว
ตารางออมเงิน 1 เดือน
สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มหัดออมเงินหรือต้องการเก็บเงินก้อนเล็ก ๆ ไว้ใช้จ่ายระยะสั้น ตารางออมเงินแบบ 1 เดือน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะใช้เวลาไม่นาน ทำให้ไม่รู้สึกท้อแท้หรือกดดันจนเกินไป โดยมีตัวอย่างการแบ่งออมเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ดังนี้
- ออมเงินวันละ 20 บาท เป็นเวลา 6 วัน (รวมเป็นเงิน 120 บาท)
- ออมเงินวันละ 30 บาท เป็นเวลา 6 วัน (รวมเป็นเงิน 180 บาท)
- ออมเงินวันละ 50 บาท เป็นเวลา 6 วัน (รวมเป็นเงิน 300 บาท)
- ออมเงินวันละ 60 บาท เป็นเวลา 6 วัน (รวมเป็นเงิน 360 บาท)
- ออมเงินวันละ 90 บาท เป็นเวลา 6 วัน (รวมเป็นเงิน 540 บาท)

ตารางออมเงินตามวันใน 1 ปี
หากต้องการความท้าทายที่ช่วยสร้างวินัยในระยะยาว ตารางออมเงิน 365 วัน หรือ 1 ปี เป็นคำตอบที่ใช่ที่สุด รูปแบบนี้จะให้เราเริ่มออมเงินตั้งแต่วันละ 1 บาท และค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 365 บาทในวันสุดท้ายของปี เมื่อทำสำเร็จ เราจะมีเงินเก็บก้อนโตถึง 66,795 บาทเลยทีเดียว โดยมีตัวอย่างการแบ่งออม ดังนี้
ตารางออมเงินตามเป้าหมาย
เพื่อให้การเริ่มต้นเป็นไปอย่างราบรื่น เราได้รวบรวมตารางเก็บเงินที่หลากหลายมาให้เลือกใช้ตามเป้าหมายทางการเงินของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายเล็ก ๆ สำหรับซื้อของที่อยากได้ หรือเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นสำหรับดาวน์รถหรือท่องเที่ยวก็สามารถเริ่มต้นได้ทันที
ตารางออมเงิน 1,000 บาท
สำหรับเป้าหมายแรกในการเริ่มต้นสร้างวินัยตารางออมเงิน 1,000 บาท ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือคนที่อยากเริ่มต้นออมเงินแบบไม่กดดัน ค่อย ๆ เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็จะเห็นเงินก้อนแรกที่มาจากความตั้งใจของเรา โดยจัดตารางแบบออม 110 วัน เน้นใช้เหรียญ 5, เหรียญ 10 และแบงก์ 20 ในการออม ดังนี้
- ออมเงินวันละ 5 บาท เป็นเวลา 60 วัน (รวม 300 บาท)
- ออมเงินวันละ 10 บาท เป็นเวลา 30 วัน (รวม 300 บาท)
- ออมเงินวันละ 20 บาท เป็นเวลา 20 วัน (รวม 400 บาท)

ตารางออมเงิน 3,000 บาท
ตารางออมเงิน 3,000 บาท เป้าหมายนี้เหมาะมากสำหรับการเก็บเงินซื้อของชิ้นใหญ่ขึ้นมาอีกนิด เช่น เสื้อผ้า รองเท้า หรือใช้เป็นทุนสำรองสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น การมีแผนที่ชัดเจนจะช่วยให้เราเก็บเงินจำนวนนี้ได้สำเร็จแบบสบาย ๆ โดยจัดตารางแบบออม 110 วัน เน้นใช้เหรียญ 5, เหรียญ 10, แบงก์ 20, แบงก์ 50 และแบงก์ 100 ดังนี้
- ออมเงินวันละ 5 บาท เป็นเวลา 20 วัน (รวม 100 บาท)
- ออมเงินวันละ 10 บาท เป็นเวลา 30 วัน (รวม 300 บาท)
- ออมเงินวันละ 20 บาท เป็นเวลา 30 วัน (รวม 600 บาท)
- ออมเงินวันละ 50 บาท เป็นเวลา 20 วัน (รวม 1,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 100 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 1,000 บาท)

ตารางออมเงิน 5,000 บาท
เมื่อมีวินัยมากขึ้นแล้วการขยับเป้าหมายมาที่ 5,000 บาท ก็เป็นความท้าทายที่น่าสนใจ เงินจำนวนนี้สามารถนำไปใช้จ่ายสำหรับเรื่องจำเป็น หรือเป็นทุนสำหรับเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นได้ การใช้ตารางเก็บเงินจะช่วยให้เราวางแผนการใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ดีขึ้น เพื่อให้มีเงินเหลือมาออมตามตารางได้อย่างสม่ำเสมอ โดยจัดตารางแบบออม 110 วัน เน้นใช้เหรียญ 5, เหรียญ 10, แบงก์ 20, แบงก์ 50 และแบงก์ 100 ดังนี้
- ออมเงินวันละ 5 บาท เป็นเวลา 20 วัน (รวม 100 บาท)
- ออมเงินวันละ 10 บาท เป็นเวลา 20 วัน (รวม 200 บาท)
- ออมเงินวันละ 20 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 200 บาท)
- ออมเงินวันละ 50 บาท เป็นเวลา 30 วัน (รวม 1,500 บาท)
- ออมเงินวันละ 100 บาท เป็นเวลา 30 วัน (รวม 3,000 บาท)

ตารางออมเงิน 10,000 บาท
เป้าหมายใหญ่ขึ้นมาอีกนิดกับตารางออมเงิน 10,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สามารถนำไปต่อยอดทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระยะสั้น จ่ายค่าเทอม หรือเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน การมีตารางออมเงิน 10,000 บาท จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราวางแผนและจัดสรรเงินได้อย่างดี เพื่อพิชิตเป้าหมายเงินหมื่นแรกให้สำเร็จ โดยจัดตารางแบบออม 110 วัน เน้นใช้เหรียญ 5, เหรียญ 10, แบงก์ 20, แบงก์ 50, แบงก์ 100 และแบงก์ 500 ดังนี้
- ออมเงินวันละ 5 บาท เป็นเวลา 20 วัน (รวม 100 บาท)
- ออมเงินวันละ 10 บาท เป็นเวลา 20 วัน (รวม 200 บาท)
- ออมเงินวันละ 20 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 200 บาท)
- ออมเงินวันละ 50 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 500 บาท)
- ออมเงินวันละ 100 บาท เป็นเวลา 40 วัน (รวม 4,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 500 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 5,000 บาท)

ตารางออมเงิน 50,000 บาท
การตั้งเป้าหมายตารางออมเงิน 50,000 บาท สามารถนำไปใช้เป็นเงินดาวน์รถ เป็นทุนการศึกษา หรือต่อยอดการลงทุน แม้ตัวเลขจะดูสูงแต่หากแบ่งย่อยตามตารางก็จะช่วยให้เราค่อย ๆ สะสมไปได้ถึงเป้าหมายอย่างแน่นอน โดยจัดตารางแบบออม 110 วัน เน้นใช้เหรียญ 5, เหรียญ 10, แบงก์ 20, แบงก์ 50, แบงก์ 100 และแบงก์ 500 ดังนี้
- ออมเงินวันละ 5 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 50 บาท)
- ออมเงินวันละ 10 บาท เป็นเวลา10 วัน (รวม 100 บาท)
- ออมเงินวันละ 15 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 150 บาท)
- ออมเงินวันละ 20 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 200 บาท)
- ออมเงินวันละ 50 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 500 บาท)
- ออมเงินวันละ 100 บาท เป็นเวลา 30 วัน (รวม 3,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 200 บาท เป็นเวลา 30 วัน (รวม 6,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 300 บาท เป็นเวลา 20 วัน (รวม 6,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 400 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 4,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 500 บาท เป็นเวลา 60 วัน (รวม 30,000 บาท)

ตารางออมเงิน 100,000 บาท
พิชิตเป้าหมายใหญ่ในฝันด้วยตารางออมเงิน 100,000 บาท เงินแสนแรกอาจดูเหมือนไกลเกินเอื้อม แต่หากเรามีความมุ่งมั่นและมีตารางการออมที่ชัดเจนเป็นตัวช่วย ความฝันก็กลายเป็นจริงได้ เงินก้อนนี้จะช่วยสร้างความอุ่นใจและเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้กับชีวิตเรา โดยจัดตารางแบบออม 400 วัน เน้นใช้เหรียญ 10, แบงก์ 20, แบงก์ 50, แบงก์ 100 และแบงก์ 500 ดังนี้
- ออมเงินวันละ 10 บาท เป็นเวลา 10 วัน (รวม 100 บาท)
- ออมเงินวันละ 20 บาท เป็นเวลา 20 วัน (รวม 400 บาท)
- ออมเงินวันละ 50 บาท เป็นเวลา 50 วัน (รวม 2,500 บาท)
- ออมเงินวันละ 100 บาท เป็นเวลา 70 วัน (รวม 7,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 200 บาท เป็นเวลา 70 วัน (รวม 14,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 300 บาท เป็นเวลา 40 วัน (รวม 12,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 400 บาท เป็นเวลา 60 วัน (รวม 24,000 บาท)
- ออมเงินวันละ 500 บาท เป็นเวลา 80 วัน (รวม 40,000 บาท)

วิธีใช้ตารางออมเงิน
หลังจากเลือกตารางออมเงินที่เหมาะสมกับเป้าหมายได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำไปใช้งานจริง ซึ่งมีวิธีการง่าย ๆ ที่ใครก็สามารถทำตามได้ทันที เพื่อให้การออมเงินของเราเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ก่อนเริ่มออมให้เขียนเป้าหมายกำกับไว้บนตาราง เช่น "เพื่อซื้อหูฟังใหม่" หรือ "ค่าท่องเที่ยวสิ้นปี" เพื่อเป็นแรงจูงใจ
- เลือกวิธีออมที่ถนัด เราสามารถเลือกได้ว่าจะออมเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือเมื่อมีเงินเหลือ โดยปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และรายรับของเรา
- ทำเครื่องหมายทุกครั้งที่ออมสำเร็จ เมื่อเก็บเงินตามจำนวนในช่องใดแล้ว ให้ขีดฆ่าหรือระบายสีช่องนั้นทันที เพื่อให้เห็นความคืบหน้าและเป็นกำลังใจ
- เก็บเงินในที่ปลอดภัย นำเงินที่ออมไปหยอดกระปุกหรือฝากในบัญชีเงินฝากแยกต่างหาก เพื่อป้องกันการนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายปะปนกับส่วนอื่น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออมเงิน
การเริ่มต้นออมเงินอาจทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยและคำถามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคนิคการออม รูปแบบตารางที่เหมาะสม หรือวิธีการสร้างวินัยให้ตัวเอง เราจึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออมเงินมาเพื่อช่วยให้เราเริ่มต้นวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ออมเงินตามเป้าหมาย และออมเงินตามระยะเวลา เลือกแบบไหนดี
การเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา หากมีสิ่งที่อยากได้หรือต้องใช้เงินจำนวนที่แน่นอน การออมตามเป้าหมายจะช่วยให้โฟกัสยอดเงินได้ดี แต่หากต้องการสร้างวินัยและมีระยะเวลาจำกัด เช่น อยากมีเงินเก็บภายในสิ้นปี การออมตามระยะเวลาจะเหมาะสมกว่า ทั้งสองวิธีสามารถปรับใช้ร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เก็บเงินตามวัน 1 ปี ดีอย่างไร
การเก็บเงินตามวันตลอด 1 ปี ช่วยสร้างนิสัยรักการออมได้อย่างดี เพราะเราจะได้ฝึกวินัยทุกวันอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากยอดเงินเล็กน้อยทำให้ไม่รู้สึกกดดัน และเมื่อเห็นยอดเงินที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน จะกลายเป็นแรงผลักดันชั้นดี เมื่อครบปีเราจะภูมิใจกับเงินก้อนโตที่เกิดจากความสม่ำเสมอของตัวเอง
เทคนิคออมเงินอื่น ๆ
นอกจากการใช้ตารางออมเงินแล้ว เรายังสามารถเสริมด้วยเทคนิคอื่น ๆ เช่น การเก็บแบงก์ 50 ทันทีที่ได้รับ การหักเศษเงินเดือนเข้าบัญชีเงินฝากประจำ หรือการนำกฎ 50/30/20 มาใช้บริหารรายรับ (แบ่งเป็นรายจ่ายจำเป็น รายจ่ายส่วนตัว และเงินออม) ซึ่งเทคนิคเหล่านี้จะช่วยเร่งให้เป้าหมายทางการเงินของเราสำเร็จไวขึ้น
ตารางออมเงินเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่เริ่มต้นสร้างวินัยทางการเงิน ช่วยให้การเก็บออมเป็นระบบ มีเป้าหมายชัดเจน และลดความกดดันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นตารางออมเงิน 10,000 บาท หรือเป้าหมายอื่น ๆ ก็สามารถทำให้สำเร็จได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับใครที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือต้องการเงินสดฉุกเฉินแต่เงินเก็บไม่เพียงพอ บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสพร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมสภาพคล่อง ให้เราก้าวผ่านทุกสถานการณ์ไปได้อย่างสบายใจ ด้วยบริการสั่งเงินโอนเข้าบัญชี ที่ทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Umay+ Application หรือกดเงินสดไม่ใช้บัตรได้ที่ตู้ ATM ที่ร่วมรายการในเวลาให้บริการ สะดวก ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน ยูเมะพลัสก็พร้อมช่วยให้การบริหารเงินของคุณมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกเป้าหมายทางการเงินเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจ สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ง่ายเพียง 10 นาที
*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส
15/07/2026